แผนที่ตัดไม้ของกูเกิ้ล...เมื่อเทคโนโลยีวิ่งตามคนเลว

คุยข่าวสีเขียว

แผนที่ตัดไม้ของกูเกิ้ล...เมื่อเทคโนโลยีวิ่งตามคนเลว

ภัสน์วจี ศรีสุวรรณ์

มีข่าวเก็บตกจากโคเปนเฮเกนค่ะ

จะเรียกว่าพ่อพระ พระเอก หรือคนหัวใสก็ตามแต่ ตอนนี้กูเกิ้ลเขากำลังใช้ประโยชน์จากภาพถ่ายดาวเทียมของกูเกิ้ลเอิร์ธมาผสมกับเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ทรงพลังที่ผู้ใช้สามารถเข้าถึงเซิร์ฟเวอร์ได้ทางอินเตอร์เนต (Cloud Computing) ประมวลผลบอกตำแหน่งแห่งที่ที่กำลังมีการตัดไม้ทุกแห่งทั่วโลกแบบ “คาหนังคาเขา” และรู้ผลออนไลน์ชนิดที่ตำรวจหมดข้ออ้างที่จะมาถึงที่เกิดเหตุตอนจบ

กูเกิ้ลช่วงชิงโอกาสได้เหมาะเหม็งด้วยเปิดตัวโปรแกรมนี้กลางที่ประชุมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลกที่โคเปนเฮเกน โดยสาธิตให้เห็นกันจะๆ ว่ากำลังมีการลงเลื่อยตัดไม้บริเวณป่าอเมซอนในอเมริกาใต้ โดยเห็นเป็นจุดสีแดงวาบๆ เต็มแผนที่ไปหมด

เหตุที่กูเกิ้ลสามารถนำโปรแกรมนี้ไปสาธิตในเวทีโลกร้อนได้ ก็เพราะเขาบอกว่าถ้าใช้โปรแกรมนี้ร่วมกับโครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการตัดไม้ทำลายป่าและทำให้ป่าเสื่อมโทรมในประเทศกำลังพัฒนา หรือที่เรียกว่าโปรแกรมเรดด์ (REDD: Reducing Emissions from Deforestation and Forest Degradation in Developing Countries) ขององค์การสหประชาชาติ ก็จะบรรลุวัตถุประสงค์เรื่องการเฝ้าระวังป่าไม้และการใช้ที่ดินอย่างแน่นอน

กูเกิ้ลบอกว่าพร้อมจะพัฒนาโปรแกรมนี้ให้ใช้ได้ทั่วโลกภายในปีหน้า แต่จะไม่เปิดให้ใช้เป็นวงกว้าง จะจำกัดการใช้เฉพาะกิจกรรมสาธารณกุศล ไม่หวังผลกำไร เช่น ในหน่วยงานราชการ นักวิทยาศาสตร์ หรือองค์กรพัฒนาเอกชนเท่านั้น

ฟังดูเข้าท่าและน่าจะมีความหวัง เพราะในอดีตจนถึงปัจจุบันวงการป่าไม้บ้านเรามักทำงานแบบ “มาตอนจบ” สมัยยังไม่ปิดป่าก็ใช้วิธีขับเฮลิคอปเตอร์ตรวจตราจากเบื้องบน เจอแต่ไม้ท่อนและไม้แผ่น ปัจจุบันมักมีข่าวรายวันจับกุมไม้ท่อนไม้แผ่นขณะขนออกมาจากป่าแล้วทั้งสิ้น ในบางแห่งเจ้าหน้าที่ป่าไม้ชอบทำการเกษตรมากกว่ารักษาป่า จึงมัก “เอาหูไปนาเอาตาไปไร่” กว่าจะรู้ว่ามีการตัดไม้ในป่าอนุรักษ์ก็ต่อเมื่อมีรีสอร์ทหรูขึ้นมาเป็นรูปเป็นร่างแล้ว ไม้ที่ถูกตัดออกจากป่าแล้วไร้ประโยชน์ในเชิงอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม คงเหลือแต่ประโยชน์สำหรับพวกนักประมูลไม้ของกลางหน้าเดิมๆ ในราคาถูกๆ เท่านั้น...แต่จะเป็นประโยชน์ต่อเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในฐานะ “มีเอี่ยว” ด้วยหรือไม่ ทิ้งไว้ให้คิดกันเองตามแต่กรณี

อย่างไรก็ตาม จะวางใจและฝากความหวังไว้กับเทคโนโลยีตาวิเศษของกูเกิ้ลก็ใช่ที่ อย่าลืมว่าปัญหาที่ประเทศกำลังพัฒนาอย่างบ้านเรากำลังเผชิญอยู่ ไม่ใช่ปัญหาขาดแคลนเทคโนโลยีหรือกฎหมาย หากแต่ขาดแคลนการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังและเสมอภาคต่างหาก ไม่อย่างนั้นคงไม่มีข่าวไล่จับชาวบ้าน นายทุน และนักการเมืองบุกรุกป่าจนเป็นข่าวรายวันเช่นนี้หรอก...ใช่หรือไม่?
 

อ่านเรื่องย้อนหลัง

 

creative-commonsแสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ประเทศไทย