ของขวัญวันเกิดจากทวิตเตอร์

คุยข่าวสีเขียว

ของขวัญวันเกิดจากทวิตเตอร์

ภัสน์วจี ศรีสุวรรณ์

 

 

 

 

 

 

 

 

 

คนบางคนอาจให้ของขวัญวันเกิดตัวเองเป็นของชิ้นใหญ่ หรือปิดร้านอาหารจัดงานแฮปปี้เบิร์ธเดย์แต่ปีนี้อลิสซ่า มิลาโน่ให้ของขวัญวันเกิดปีที่ 37 ของตัวเองด้วยการส่งทวิตเตอร์ถึงแฟนๆ ขอรับเงินไปบริจาคโครงการจัดหาน้ำสะอาดในประเทศกำลังพัฒนา เธอสามารถทำได้ตามเป้าหมายแรกคือ 25,000 เหรียญสหรัฐฯ ภายใน 5 ชั่วโมง ยอดบริจาคเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนปิดโครงการได้เงินสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 92,568 เหรียญฯ หรือประมาณ 3.5 ล้านบาท ซึ่งสามารถจัดหาน้ำสะอาดให้กับคนในแอฟริกาได้ถึง 4,628 คน เป็นเวลา 20 ปี

นอกจากสร้างประวัติศาสตร์บนทวิตเตอร์ นี่ยังเป็นปรากฎการณ์ใหม่ในการระดมทุนเพื่องานการกุศลอีกด้วย

ในอดีตและจนถึงปัจจุบันองค์กรการกุศลขนาดใหญ่ระดับสากลส่วนใหญ่ใช้วิธีระดมทุนด้วยการจ้างเจ้าหน้าที่ระดมทุนไปยืนตามศูนย์การค้า สถานีรถไฟฟ้า  ส่งจดหมาย อีเมล หรือข้อความผ่านทางโทรศัพท์มือถือเพื่อชักชวนให้บริจาคเงิน เมื่อระดมทุนได้แล้วก็ต้องใช้คนโทรศัพท์ยืนยัน ขอบคุณ ส่งจดหมายข่าว ฯลฯ ซึ่งวิธีการเหล่านี้ล้วนแต่มีค่าใช้จ่ายด้านการดำเนินการสูงลิบลิ่ว ทั้งค่าจ้าง ค่าคอมมิสชั่น ค่าจัดทำเอกสาร ค่าจัดส่ง บางแห่งเงินที่ได้รับบริจาคอาจกลายเป็นต้นทุนค่าดำเนินการเหล่านี้เกือบหมด แทบไม่เหลือเงินไปทำตามวัตถุประสงค์ที่ขอระดมทุนเสียด้วยซ้ำ

การเติบโตของเครือข่ายทางสังคมทางอิเลคโทรนิกส์อย่างเฟสบุ๊คและทวิตเตอร์กำลังสร้างช่องทางการระดมทุนแบบใหม่ ทำให้เราทุกคนกลายเป็นอาสาสมัครเจ้าหน้าที่ระดมทุนได้โดยใช้เวลาเขียนและส่งข้อความไม่ถึงหนึ่งนาที โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ เลย

เรียกได้ว่าสามารถนำเงินที่ได้มาไปบริจาคแก่องค์กรการกุศลหรือใช้ตามวัตถุประสงค์ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์

สิ่งสำคัญจึงอยู่ที่ว่า คุณต้องมีจิตอาสาที่บริสุทธิ์คือ ไม่นำเงินเข้ากระเป๋าตัวเอง และมีไหวพริบในการเลือกองค์กรการกุศลที่มีนโยบายการใช้เงินบริจาคที่ดี น่าเชื่อถือ และตรวจสอบได้ เพื่อที่เงินของเพื่อนคุณจะถึงมือผู้ต้องการได้โดยตรงและเต็มเม็ดเต็มหน่วย

เมื่อครั้งที่ไมเคิล ไครชตัน คุณหมอนักเขียนผู้โด่งดังจากเรื่องจูราสิคปาร์ค เขียนนิยายกึ่งสืบสวนสอบสวนกึ่งวิทยาศาสตร์ว่าด้วยการตั้งข้อสงสัยในภาวะโลกร้อนชื่อ State of Fear ซึ่งทั้งตัวละครของเขาและตัวเขาเองล้วนมีทัศนคติเชิงลบอย่างรุนแรงต่อองค์กรสิ่งแวดล้อมสากลทั่วโลก

ในเนื้อเรื่องเขาสร้างเรื่องให้องค์กรสิ่งแวดล้อมหัวรุนแรงปลุกกระแสความสนใจด้านโลกร้อนด้วยการทำตัวเป็นผู้ก่อการร้าย เช่น วางระเบิดใต้แผ่นน้ำแข็งในทวีปอาร์กติกเพื่อให้ภูเขาน้ำแข็งถล่มครืน ใช้เครื่องมือล่อฟ้าทำให้เกิดพายุฝนฟ้าคะนองจนน้ำป่าไหลหลากท่วมอุทยานแห่งชาติที่พวกเด็กๆ และผู้ปกครองที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่กำลังตั้งแคมป์วันหยุด ใช้เครื่องขุดเจาะทรงประสิทธิภาพเจาะชั้นหินใต้ดินเพื่อสร้างแรงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงจนเกิดคลื่นสึนามิจากชายฝั่งปาปัวนิวกินีไปจนถึงชายฝั่งแคลิฟอร์เนียในวันที่มีงานประชุมใหญ่เรื่องภาวะโลกร้อนพอดี ทั้งหมดทั้งปวงก็เพื่อทำให้ชาวโลกตระหนักและตระหนกว่าภาวะโลกร้อนเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว และเกิดแบบฉับพลันทันที

นิยายก็คือนิยาย คือออกจะเกินจริงไปสักหน่อย แต่มีจุดที่น่าสนใจในเชิงอรรถท้ายเล่มที่ผู้เขียนตั้งข้อสงสัยในการทำงานขององค์กรสิ่งแวดล้อมสากลโดยอ้างอิงข้อมูลจากการค้นคว้าของเขาว่า ทุกวันนี้องค์กรสิ่งแวดล้อมใช้เงินบริจาคเกินกว่าครึ่งหรืออาจจะถึงค่อนไปกับต้นทุนการดำเนินการ เช่น ค่าเงินเดือนและสวัสดิการพนักงาน ค่าเช่าสำนักงาน ค่าน้ำค่าไฟ ฯลฯ จึงเหลือเงินเพื่อใช้ในกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมตามวัตถุประสงค์จริงๆ เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

เป็นการตั้งข้อสังเกตที่น่าจะมีมูลอยู่ไม่น้อย ในช่วงหลังๆ อัตราการเติบโตของเงินบริจาคขององค์การสิ่งแวดล้อมลดน้อยลง ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะพวกฝรั่งที่มีจิตใจอยากช่วยเหลือสังคมแต่ขาดความเชื่อมั่นในองค์กรสิ่งแวดล้อมที่มีอยู่ หันไประดมทุนในวงแคบในกลุ่มคนรู้จัก เลือกโครงการเอง และบินตรงไปยังแหล่งที่ต้องการความช่วยเหลือด้วยตัวเอง เพื่อให้มั่นใจว่าเงินเหล่านั้นตกถึงมือผู้รับความช่วยเหลือจริง และเต็มเม็ดเต็มหน่วย

อย่างไรก็ตาม ยังมีคนกลุ่มหนึ่งพยายามสร้างองค์กรการกุศลแนวใหม่ที่มีวิธีการที่โปร่งใสตรวจสอบที่มาที่ไปของเงินบริจาคได้ โดยใช้เทคโนโลยีที่กำลังพัฒนาไปอย่างไม่หยุดยั้งมาพิสูจน์ให้เห็นกันแบบออนไลน์ได้ว่า เงินที่คุณบริจาคเดินทางไปอยู่ ณ จุดใดในโลกใบนี้

อลิสซ่า มิลาโน่ เลือกระดมทุนให้กับองค์กรชื่อ charity:water ซึ่งเป็นองค์กรใหม่ที่เพิ่งก่อตั้งขึ้นมาได้เพียง 3 ปีเท่านั้น   

เมื่อเข้าไปดูในเว็บไซต์ของ charity:water จะพบว่าองค์กรนี้ก่อตั้งขึ้นมาเพื่ออุดช่องโหว่ขององค์กรสิ่งแวดล้อมสากลรุ่นเก่าๆ ได้อย่างครบถ้วน ดังนั้นจึงได้รับความสนใจและการสนับสนุนจากคนทั่วโลกจำนวนมาก อย่างภายใน 3 ปีระดมทุนได้ 13 ล้านเหรียญฯ สามารถสร้างบ่อน้ำสะอาดใน 13 ประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในทวีปแอฟริกา และประเทศที่ประสบภัยพิบัติใหญ่ๆ เช่น บังคลาเทศ และเฮติ จำนวน 1,548 บ่อ ช่วยทำให้เพื่อนมนุษย์มีน้ำสะอาดดื่มและใช้กว่า 5 แสนคนเป็นเวลา 20 ปี (บ่อน้ำ 1 บ่อ มีอายุการใช้งาน 20 ปี)

สิ่งที่ทำให้ charity:water โดดเด่นและต่างจากองค์กรอื่นน่าจะเป็นนโยบายด้านเงินบริจาค นั่นคือ 100 เปอร์เซ็นต์ของเงินบริจาคโดยตรงจากสาธารณะจะถูกนำไปใช้ในการสร้างบ่อน้ำกินน้ำใช้ ที่ทำเช่นนี้ได้เพราะมีการรับบริจาคค่าใช้จ่ายเพื่อการดำเนินการแยกออกเป็นสัดส่วนต่างหาก และเมื่อมีการระบุชัดเจนว่าบ่อน้ำ 1 บ่อ มีค่าใช้จ่ายกี่บาท ดังนั้นเมื่อคำนวณจากยอดรวมเงินบริจาคจากสาธารณะก็จะรู้ว่าควรมีบ่อน้ำกี่บ่อ และผู้บริจาคสามารถตรวจสอบจำนวนบ่อน้ำที่มีอยู่ทั่วโลกได้ผ่านทางกูเกิ้ลเอิร์ธ โดยมีทั้งพิกัดจีพีเอส ภาพนิ่ง และวิดีโอยืนยันความมีอยู่จริง

คุณสามารถเข้าไปดูข้อมูลที่น่าสนใจและน่าเป็นกรณีศึกษาสำหรับผู้ที่กำลังมองหาแหล่งบริจาคเงินที่น่าเชื่อถือและผู้ที่กำลังมองหาวิธีใหม่ๆ ในการสร้างองค์กรการกุศลได้ที่เว็บไซต์ขององค์กรนี้ เช่น ในปี 2551 มีการจัดแคมเปญคนเกิดเดือนกันยายน โดยเปิดโอกาสให้คนที่เกิดเดือนนี้บริจาคเงินเพื่อสร้างบ่อน้ำในประเทศกำลังพัฒนา มีผู้บริจาค 750 ราย นำไปสร้างบ่อน้ำช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ได้ถึง 96,000 คน เป็นต้น

เทคโนโลยีกำลังทำให้โลกใบนี้ล่อนจ้อนขึ้นทุกที หากองค์กรสิ่งแวดล้อมรุ่นเก่าๆ ยังไม่ปรับตัว ทั้งในเชิงการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเพื่อลดต้นทุนการบริหารจัดการ และทำงานอย่างโปร่งใสตรวจสอบได้ เพราะมีตาที่มองไม่เห็นคอยจับจ้องดูความเคลื่อนไหวของคุณทั่วทุกมุมโลก สุดท้ายความไม่ชอบมาพากลก็จะค่อยๆ สลายตัวไปในที่สุด

 

 

อ่านเรื่องย้อนหลัง

 

creative-commonsแสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ประเทศไทย