อันเนื่องมาจาก Climategate...แล้วจะอ้างใครดี?

คุยข่าวสีเขียว

อันเนื่องมาจาก Climategate...แล้วจะอ้างใครดี?

ภัสน์วจี ศรีสุวรรณ์

 

ไม่รู้ว่าควรจะดีใจหรือเสียใจที่ข่าวหิมาลัยจะละลายในไม่กี่สิบปีข้างหน้า ทำให้อุตส่าห์เก็บเงินเก็บทองไปเหยียบหิมาลัยที่อินเดียเมื่อกลางปีที่แล้ว พอมาถึงต้นปีนี้กลับมีข่าวฉาวว่ารายงานประจำปี 2007 ขององค์กรระหว่างรัฐบาลว่าด้วยเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือที่เรียกกันจนคุ้นหูว่า IPCC ที่บอกว่าหิมาลัยจะละลายในปี 2035 นั้น เป็นข้อสรุปที่ไม่มีหลักฐานยืนยัน

...ยังจำได้ไหมว่า IPCC ได้รับเลือกให้เป็นผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพร่วมกันอัลกอร์ในปีนี้นี่เอง

IPCC จำใจต้องออกมายอมรับเมื่อเร็วๆ นี้ หลังจากมีบทความตีพิมพ์ในนิตยสาร New Scientist ว่า ข้อมูลที่อ้างในรายงานไม่ผ่านการตรวจสอบของผู้เชี่ยวชาญ (Peer Review) แต่มาจากการสัมภาษณ์นักวิทยาศาสตร์ที่ตีพิมพ์ในนิตยสาร ซึ่งคณะทำงานของ IPCC ไปหยิบมาจากงานรณรงค์ขององค์กรอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม WWF ที่ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า หยิบยกมาจากบทสัมภาษณ์ของไซเอด ฮัสแนอิน นักภูเขาน้ำแข็งชาวอินเดียเมื่อปี 1999

รายงานฉบับนี้ทำให้รัฐบาลอินเดียถึงกับทนไม่ได้ สั่งการให้นักวิทยาศาสตร์อินเดียออกมาเขียนรายงานที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อพฤศจิกายนปีที่แล้วว่า จริงอยู่ว่าภูเขาน้ำแข็งบางแห่งบนหิมาลัยกำลังละลาย แต่ไม่มีทางเป็นไปได้ที่มันจะหายไปภายใน 20-30 ปีนี้...ประธาน IPCC ออกมาเต้นผางบอกว่ารายงานฉบับนี้ไม่มี Peer Review...ฮ่า ฮ่า ฮ่า

ดูเหมือนรายงานขนาด 3,000 หน้าฉบับนี้จะมีจุดบกพร่องมากกว่าหนึ่งจุด ต้นกุมภาพันธ์นี้เอง สำนักงานเลขานุการ IPCC ที่กรุงเจนีวาต้องออกมาตรวจสอบข้อเท็จจริงในรายงานว่าจริงหรือไม่ที่ “เนเธอร์แลนด์เป็นตัวอย่างของประเทศที่เสี่ยงทั้งในเรื่องระดับน้ำทะเลสูงขึ้นและน้ำท่วมจากแม่น้ำ เพราะพื้นที่ 55 เปอร์เซ็นต์อยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล” ต่อมาหน่วยงานประเมินผลด้านสิ่งแวดล้อมของเนเธอร์แลนด์ออกมาบอกว่า มีพื้นที่เพียง 26 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่อยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล ส่วนอีก 29 เปอร์เซ็นต์เป็นพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมจากแม่น้ำ แต่อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเล

ถ้ายังจำกันได้ ก่อนหน้านี้มีข่าวร้ายสั่นคลอนความเชื่อถือ IPCC และชุดข้อมูลเรื่องโลกร้อนระลอกใหญ่ เมื่อมีแฮ็กเกอร์มือดีแอบดึงข้อมูลจากอีเมลของศาสตราจารย์ฟิล โจนส์ อดีตผู้อำนวยการศูนย์วิจัยด้านสภาพอากาศแห่งมหาวิทยาลัยอีสต์ แองเกลียและหัวหน้าคณะทำงานด้านข้อมูลเพื่อจัดทำรายงานของ IPCC อีเมลเหล่านี้เปิดเผยหมดสิ้นว่าเขาพยายามปกปิดข้อมูลเกี่ยวกับข้อสรุปว่าโลกร้อนเกิดจากมนุษย์ บิดเบือนข้อมูลวิจัยว่าโลกร้อนเกิดขึ้นรวดเร็วและรุนแรง และร่วมกับนักวิทยาศาสตร์ชั้นนำทั้งฝั่งอังกฤษและอเมริกาบีบนิตยสารที่ยอมลงรายงานของกลุ่มที่ตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับโลกร้อน  และพอเรื่องเหล่านี้ถูกเปิดโปง แทนที่จะยอมเปิดเผยความผิดพลาด กลับสั่งให้ลูกน้องและเพื่อนร่วมงานลบข้อมูลทิ้งเสียนี่

งานนี้กำลังซัดกันนัวเนียและส่งผลกระทบเป็นวงกว้างจนถูกเรียกขานว่าคดี “Climategate” เทียบเคียงกับคดีวอเตอร์เกตอันลือลั่นนั่นเลยทีเดียว ส่งผลให้ศาสตราจารย์ฟิล โจนส์ที่ต้องพักงานและกำลังโดนข้อหาปกปิดข้อมูลตาม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารต้องออกมาให้สัมภาษณ์ว่าเขาเคยคิดจะฆ่าตัวตายหลายครั้งหลายคราและต้องกินยานอนหลับ เขาบอกอย่างตรงไปตรงมาชนิดที่ไม่รู้ว่าน่าสงสารหรือน่าหยิกกันแน่ว่า “ผมเป็นแค่นักวิทยาศาสตร์ที่ไม่ผ่านการอบรมเรื่องพีอาร์และการเผชิญหน้ากับวิกฤต”

ถึงตอนนี้ใครๆ ก็คิดหนัก IPCC เองถึงกับบอกว่าต้อง “ยกเครื่อง” องค์กร นักรณรงค์เรื่องโลกร้อนที่นิยมหยิบยกรายงานของ IPCC มาเป็นคัมภีร์จำต้องหาแหล่งอ้างอิงใหม่ เช่นเดียวกับสื่อมวลชนที่เริ่มขาดความเชื่อมั่นยามอ้างอิงแหล่งข้อมูล เพราะขนาดองค์กรสากลใหญ่ยักษ์อย่าง IPCC ยังต้องเจอปัญหาการเต้าข่าว ส่วนชาวโลกยิ่งแย่ใหญ่ คงมีไม่น้อยที่รู้สึกถูกปั่นหัวและกำลังสงสัยว่า...โลกใบนี้มันร้อนจริงหรือลวง

 

อ่านเรื่องย้อนหลัง

 

creative-commonsแสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ประเทศไทย