เนื้อหรือผัก!?

คุยข่าวสีเขียว

เนื้อหรือผัก!?

ภัสน์วจี ศรีสุวรรณ์

คนกินผักพากันปรบมือกราวเมื่อท่านลอร์ดสเติร์นแห่งเบรนท์ฟอร์ด อดีตหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ประจำธนาคารโลก และผู้เขียนหนังสือเรื่องต้นทุนการจัดการปัญหาโลกร้อน Stern Review ออกมาบอกว่า มากินผักแทนเนื้อเพื่อลดโลกร้อนกันเถอะ เพราะการผลิตเนื้อนั้นใช้น้ำอย่างสิ้นเปลือง ทำให้เกิดก๊าซมีเทนซึ่งร้ายแรงกว่าก๊าซคาร์บอนถึง 23 เปอร์เซ็นต์ และกดดันทรัพยากรของโลกใบนี้

หากมองในมิติรอยตีนน้ำ (water footprint) ก็น่าจะใช่ ในเว็บไซต์ waterfootprint.org บอกขนาดรอยตีนน้ำต่อลิตรต่อผลผลิต 1 กิโลกรัมไว้ว่า ถั่วเหลืองใช้น้ำ 1,800 ลิตร, ข้าวสาร 3400 ลิตร, ข้าวโพด 900 ลิตร, แฮมเบอร์เกอร์ 1 ชิ้น  2,400 ลิตร, เนื้อไก่ 3900 ลิตร, เนื้อหมู 4,800 ลิตร และเนื้อวัว 15,500 ลิตร

...เนื้อวัวหนึ่งกิโลกรัมมีรอยตีนน้ำใหญ่กว่าถั่วเหลืองหนึ่งกิโลกรัมถึง 8.5 เท่า!

ทิ้งห่างไม่กี่เดือน ก็มีรายงานสด ๆ ร้อน ๆ ของมหาวิทยาลัยแครนตัน ประเทศอังกฤษ ภายใต้การสนับสนุนเงินทุนของกองทุนสัตว์ป่าโลก (WWF) ออกมาบอกว่าพวกกินผักและเต้าหู้ทำลายสิ่งแวดล้อมยิ่งกว่าพวกกินเนื้อเสียอีก  โดยเฉพาะกับคนอังกฤษ เพราะการเปลี่ยนจากกินเนื้อมากินถั่วเหลืองต้องใช้ที่ดินมหาศาล ต้องย้ายการผลิตไปประเทศโลกที่สามซึ่งกฎหมายป้องกันการตัดไม้ทำลายป่าที่อ่อนแอจะทำให้มีการตัดไม้ทำลายป่าเพิ่มมากขึ้น และยังทำให้ภาคเกษตรกรรมของอังกฤษต้องล่มสลายอีกด้วย นอกจากนี้อาหารมังสวิรัติส่วนใหญ่ยังต้องผ่านกระบวนการสูง เช่น เปลี่ยนข้าวสาลีให้เป็นขนมปัง เปลี่ยนถั่วเหลืองให้เป็นเต้าหู้ จึงต้องใช้พลังงานสูงตามไปด้วย

รายงานฉบับนี้ฟันธงว่า เมื่อชั่งน้ำหนักถึงผลดีผลเสียต่อสิ่งแวดล้อม สำหรับคนอังกฤษ การกินเนื้อย่อมดีกว่ากินผัก โดยผู้ทำรายงานเขาบอกว่าการกินผักอาจเป็นสัญลักษณ์ของคนรักโลก แต่ในความจริงอาจไม่ใช่อย่างที่คนพวกนี้อ้างสักหน่อย

ประเด็นเรื่องกินเนื้อหรือกินผักเพื่อกู้โลกนี้ ฝรั่งเขาหมกมุ่นครุ่นคิดกันมานาน เพราะเขาเป็นคนกินเนื้อนมไข่ แต่ในเชิงปฏิบัติไม่รู้จะเป็นจริงได้แค่ไหน เพราะนอกจากต้องต่อสู้กับวัฒนธรรมการกินเนื้ออันแข็งแกร่งซึ่งน่าจะเป็นกำแพงที่แข็งแกร่งที่สุดต่อประเด็นนี้...อย่าลืมว่าในทางพุทธก็ยังกล่าวไว้ว่า การในติดในรสชาติอาหารนั้นเป็นกิเลสที่ยากจะเอาชนะ  แล้วยังต้องต่อสู้เรื่องข้อมูลกันอีกหลายยก

แต่ไม่ว่าคุณจะกินผักหรือกินเนื้อก็ต้องมาตั้งสติถามตัวเองกันสักหน่อยว่า ประเด็นหลักเบื้องหลังการโต้เถียงเรื่องนี้คืออะไรกันแน่  จริงหรือไม่ที่หากเราต้องการกู้โลก เราต้องยกเครื่องวิถีการดำเนินชีวิตทั้งระบบ ไม่ใช่แค่เปลี่ยนมากินผัก ใช้หลอดตะเกียบ หรือถือถุงผ้า และถ้าคุณต้องการกินอยู่เพื่อลดโลกร้อนจริงๆ ก็ต้องเรียนรู้ว่าสิ่งที่คุณกินและใช้มาจากไหนและผลิตอย่างไร หากกินผักที่ส่งมาไกลจากครึ่งค่อนโลก ฟู้ดไมล์พุ่งกระฉูด สู้กินเนื้อไก่จากฟาร์มข้างบ้านคุณไม่ดีกว่าหรือ

เหนือสิ่งอื่นใดสิ่งที่น่าจะเป็นสัจธรรมก็คือ กินน้อยใช้น้อยดีที่สุด ทั้งต่อตัวคุณเองและสิ่งแวดล้อม
 

อ่านเรื่องย้อนหลัง

 

creative-commonsแสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ประเทศไทย