ใกล้ตา กระแทกใจ

คนหมุนโลก

ใกล้ตา กระแทกใจ

ฐิตินันท์ ศรีสถิต

 


 

 

 

 

 


1.

มองจากระยะไกล ภาพขนาด 60X92 นิ้ว ที่ปรากฏอยู่ด้านล่าง ช่างละม้ายกับ “Sunday Afternoon on the Island of La Grande Jatte” หรือบ่ายวันอาทิตย์บนเกาะลากรองต์แจตท์ ผลงานศิลปะอันโด่งดังของจอร์จ ปิแอร์ เซอราต์ จิตรกรคนสำคัญในยุคนีโอ-อิมเพรสชันนิสต์

ทว่าเมื่อขยับเข้าใกล้อีกนิด...อีกนิด...และอีกนิด จึงเริ่มเห็นรายละเอียดอันแปลกประหลาดของงานรีโปรดักชั่นชิ้นนี้ คือแทนที่จะปรากฏจุดสีเล็กๆ บนผืนผ้าใบเหมือนผลงานต้นฉบับ มันกลับเป็นวัสดุรูปสี่เหลี่ยมหลากสีที่วางเรียงกันอย่างเป็นระเบียบ

กระทั่งเขยิบมาอยู่ในระยะประชิดสายตานั่นแหละ ถึงได้เห็นชัดๆ ว่า เป็นภาพที่สร้างขึ้นจากกระป๋องเครื่องดื่มอะลูมิเนียม! ซึ่งมาพร้อมคำบรรยาย... “Cans Seurat, 2007” กระป๋องอะลูมิเนียมจำนวน 106,000 ใบที่ชาวอเมริกันใช้ภายในเวลา 30 วินาที

เช่นเดียวกับงานรีโปรดักชั่นภาพพิมพ์แกะไม้ “Behind the Great Wave off Kanagawa” หรือคลื่นยักษ์นอกฝั่งคะนะงะวะ อันเป็นผลงานสร้างชื่อของคัทซึชิคะ โฮะคุไซ ศิลปินชาวญี่ปุ่น ซึ่งนอกจากเรื่องสีสันของภาพแล้ว ก็คงไม่สามารถระบุความต่างระหว่างชิ้นงานดั้งเดิมกับชิ้นงานผลิตซ้ำขนาด 8X11 นิ้วได้ด้วยการกวาดสายตาอย่างผิวเผิน

แต่หากย่นระยะทางการมองให้สั้นลง ความสงสัยอาจเริ่มก่อตัวที่หัวคิ้ว มันเป็นเศษชิ้นส่วนสารพัดสีสันของอะไรสักอย่าง

คำตอบจะกระจ่างก็ต่อเมื่อยืนชมงานศิลปะชิ้นนี้อย่างใกล้ชิด ใกล้พอจะสังเกตว่าส่วนยอดภูเขาไฟฟูจีมีสิ่งที่เคยเป็นหวีพลาสติกแทรกตัวอยู่ และใกล้พอจะอ่านตัวอักษรบรรยายภาพ... “Gyre, 2009” ซากขยะพลาสติกจำนวน 2.4 ล้านชิ้น เทียบเท่ากับปริมาณที่ถูกทิ้งลงทะเลและมหาสมุทรทั่วโลกในทุกๆ ชั่วโมง เศษพลาสติกทุกชิ้นที่ปรากฏในภาพ เก็บมาจากมหาสมุทรแปซิฟิก

และล่าสุด “Year of the Tiger, 2010” ขนาด 62X62 นิ้ว ซึ่งดูคล้ายภาพสีดำสนิทในกรอบไม้สีน้ำตาล แต่แท้ที่จริง กรอบสี่เหลี่ยมนั้นสร้างขึ้นจากตุ๊กตาเสือ 3,200 ชิ้น เท่ากับจำนวนของเสือที่คาดการณ์ว่ายังเหลือรอดอยู่ในขณะนี้ ส่วนพื้นที่ว่างตรงกลางภาพถูกเว้นไว้สำหรับประชากรเสืออีกประมาณ 40,000 ตัวทั่วโลกที่เคยมีชีวิตอยู่เมื่อ 40 ปีก่อน

นอกจากผลงานสามชิ้นที่ว่ามา ยังมีเพื่อนร่วมคอลเล็กชั่นอีกมากมายที่ส่งสารด้วยกลยุทธ์เดียวกันคือ ล่อให้เดินเข้ามาเพ่งพินิจงานศิลปะขนาดบิ๊กเบิ้มในระยะห่างไม่เกินหนึ่งช่วงศอก แล้วจึงจู่โจมอย่างเงียบเชียบด้วยหมัดน็อกซึ่งฝากอาการจุกและอึ้งไว้กับผู้ชม

 

2.
ไม่ใช่เรื่องง่ายที่ใครสักคนจะก้าวออกจากความมั่นคงทางการงานและการเงิน เพื่อเดินตามความฝันหรือลงมือทำตามสิ่งที่หัวใจเรียกร้อง แต่มันเกิดขึ้นแล้ว อย่างน้อยก็กับชีวิตของชาวอเมริกันที่ชื่อ คริสโตเฟอร์ จอร์แดน

ก่อนจะผันตัวเองสู่เส้นทางของช่างภาพและศิลปินสร้างสรรค์งานดิจิตอลในปี 2546 คริสเป็นทนายความที่ทุ่มเทเวลาว่างและรายได้ให้กับการถ่ายภาพซึ่งเป็นกิจกรรมโปรด

แม้จะพยายามประคับประคองให้สองสิ่งเดินขนานกันอย่างสมดุล แต่เขากลับทุกข์ทนจากงานประจำในแวดวงกฎหมายมากขึ้นเรื่อยๆ และหาเวลาว่างให้กับความสุขจากงานอดิเรกได้น้อยลงทุกที สุดท้ายจึงตัดสินใจปิดฉากอาชีพที่ทำมาตลอดสิบปี ท่ามกลางเสียงเชียร์จากเพื่อนฝูงที่ต้องการให้เขาได้ใช้เวลาเต็มที่กับการถ่ายภาพ

คริสซึมซับความสนใจในศิลปะมาแต่วัยเด็ก ทั้งจากพ่อที่เป็นนักสะสมภาพถ่ายและแม่ที่เป็นจิตรกรภาพสีน้ำ สิ่งนี้ตกผลึกอยู่ภายใน กระทั่งเผชิญความโดดเดี่ยวไร้สุขในวัยยี่สิบตอนปลาย ชีวิตจริงอันย่ำแย่ถูกชดเชยด้วยความรู้สึกขณะบันทึกภาพความงามของสรรพสิ่งรอบตัวและเติบโตขึ้นเป็นความหลงใหลในการมองโลกผ่านกล้อง

ชีวิตมุมใหม่ของคริสเริ่มต้นด้วยการตระเวนเก็บภาพจากเขตอุตสาหกรรมและท่าเรือสินค้า ทีแรกเขามองเพียงความงามที่ซ่อนอยู่ในซากสิ่งของกองโต เช่น รถยนต์ที่โดนบีบอัด แผ่นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ โทรศัพท์มือถือ ตู้คอนเทนเนอร์ ฯลฯ เพราะมันแสดงสีสันได้อย่างซับซ้อนและลงตัว

กระทั่งเพื่อนพูดถึงนัยยะของกระแสบริโภคนิยมที่แฝงอยู่ในภาพถ่าย จึงกลายเป็นแรงบันดาลใจให้คริสสะท้อนพฤติกรรมการบริโภคสินค้าและทรัพยากรจำนวนมหาศาลของชาวอเมริกันและผู้คนทั่วโลก ผ่านผลงานสร้างสรรค์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตน...ดังปรากฏในปัจจุบัน

 

3.
ต้นไม้ 100,000,000 ต้นถูกโค่นลงในแต่ละปี เพื่อผลิตกระดาษสำหรับจังก์เมลที่ส่งถึงชาวอเมริกัน

ทุกๆ 6 ชั่วโมง สายการบินทั่วอเมริกาเสิร์ฟเครื่องดื่มด้วยถ้วยพลาสติกใช้แล้วทิ้ง 1,000,000 ใบ

ในทุกๆ 5 นาที มีขวดน้ำพลาสติกถูกใช้งานจำนวน 2,000,000 ใบทั่วอเมริกา

ชาวอเมริกันโยนทิ้งโทรศัพท์มือถือเครื่องเก่าประมาณ 426,000 เครื่องต่อวัน

ชาวประมงทั่วโลกจับปลาทูน่าขึ้นมาจากทะเลราว 20,500 ตัวในทุกๆ 15 นาที

ถุงพลาสติก 60,000 ใบใน 5 นาที, ถ้วยกระดาษ 410,000 ใบใน 15 นาที, ถุงกระดาษ 1.14 ล้านใบใน 1 ชั่วโมง...ข้อมูลเหล่านี้แสดงถึงความมากมายผ่านตัวเลขหลายหลัก

ความแห้งแล้งของข้อความโชว์สถิติดึงดูดความสนใจหรือสร้างความตื่นตระหนกแก่ผู้อ่านได้เพียงบางกลุ่มและในช่วงเวลาสั้นๆ เท่านั้น ข้ามวันข้ามคืนตัวเลขที่เรียงต่อกันก็เริ่มเลือนราง

ยิ่งไปกว่านั้น จะมีสักกี่คนที่รับรู้ข้อมูลแล้วสามารถนึกภาพตามได้ง่ายดาย ต้นไม้ร้อยล้านต้นกินพื้นที่กว้างแค่ไหน แล้วขวดน้ำพลาสติกสองล้านใบล่ะ

ในฐานะศิลปิน คริสโตเฟอร์ จอร์แดน กำลังแปลงสิ่งที่ยากเกินจินตนาการ ให้กลายเป็นภาพที่เห็นกันจะๆ เพื่อส่งต่อความรู้สึก “ท่วมท้น” อย่างเป็นรูปธรรมไปสู่ผู้ชมงานศิลปะ

มันเป็นความรู้สึกท่วมท้นที่เกิดขึ้นกับเขามาก่อนจากการทำการบ้านค้นคว้าข้อมูล ชมภาพยนตร์สารคดี และพูดคุยแลกเปลี่ยนความเห็นกับบรรดาแอ็คติวิสต์

“ข้อมูลและสถิติผ่านสายตาทุกวัน รับรู้แล้วผ่านไป จนกว่าจะรู้สึกร่วมกับมันนั่นแหละ เราจึงลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของตัวเอง” คริสโตเฟอร์กล่าว

แน่นอนว่า ภาพที่รับรู้ผ่านสายตาย่อมกระแทกความรู้สึกได้รุนแรงกว่า สร้างความอึดอัดใจได้มากกว่า และประทับเป็นภาพจำได้ยาวนานกว่า ผลงานของเขาจึงน่าจะกระตุกผู้คนได้มากกว่าการส่งสารในรูปแบบเดิมๆ

ด้วยตระหนักดีว่าตนเองก็ตกอยู่ในวงล้อมของวัฒนธรรมบริโภคนิยมแบบอเมริกันและรู้สึกร่วมกับ “สาร” ที่แฝงอยู่ในผลงานทุกชิ้น ชายผู้นี้จึงพยายามลดรอยตีนฝากโลกของตนไม่น้อยไปกว่าที่ได้บอกต่อเพื่อนร่วมสังคม

ไม่จำเป็นต้องเชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อม แค่สนใจ ใส่ใจ และสวมบทผู้ดูแลโลกในรูปแบบที่ตัวเองถนัด คนเล็กๆ ทุกคนก็สามารถหมุนโลกไปสู่ความยั่งยืนได้อย่างไม่ยากเย็น...เช่นเดียวกับที่คริสกำลังลงมือ

 

 

FYI
ติดตามผลงานสร้างสรรค์ของของคริสโตเฟอร์ จอร์แดนได้ที่ 
http://www.chrisjordan.com/


ที่มาภาพประกอบ
http://hubpages.com/hub/Q2Gallery
และภาพผลงานทั้งหมด 
http://www.chrisjordan.com/
 

 

 

creative-commonsแสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ประเทศไทย