ปลาปลอมแห่งท้องทะเล

คนหมุนโลก

ปลาปลอมแห่งท้องทะเล

ฐิตินันท์ ศรีสถิต

1.
กลางเดือนมิถุนายน 2550 ระหว่างที่เบธ เทอร์รี่ (Beth Terry) กำลังพักฟื้นร่างกายภายหลังการผ่าตัดมดลูก เธอได้ฟังบทสัมภาษณ์ของโคลิน บีแวน (Colin Beavan) เกี่ยวกับความตั้งใจอันแน่วแน่ของเขา ภรรยา และลูกสาว พ่วงด้วยสุนัขอีก 1 ตัว ที่จะดำเนินโครงการทดลองส่วนบุคคล “เป็นอยู่โดยไร้ผลกระทบ” หรือ The No Impact Experiment

เรื่องราวดังกล่าวจุดประกายความสนใจจนเบธต้องเข้าไปเยี่ยมบล็อกของโคลิน เธอค่อยๆ อ่านและตามลิงค์เชื่อมต่อไปยังหน้าโน้นหน้านี้ กระทั่งเจอเข้ากับ

...บล็อกของสาวชาวแวนคูเวอร์ที่พยายามจะลดรอยตีนฝากโลกของตนเอง ด้วยโปรเจ็ค “ชีวิตปราศจากพลาสติก”  เป็นเวลาหนึ่งปีเต็ม

…ภาพถ่ายซากนกอัลบาทรอสที่ภายในท้องเต็มไปด้วยเศษพลาสติก!

...และประสบการณ์ของกัปตันชาร์ลส์ มัวร์ (Charles Moore) ที่ต้องเผชิญหน้ากับ “มหาสมุทรพลาสติก” ในช่วงต้นเดือนสิงหาคม 2540 บนเส้นทางการแล่นเรือจากฮาวายมุ่งหน้าสู่เซาท์เทิร์นแคลิฟอร์เนีย

ผืนน้ำบริเวณนั้นอยู่เหนือฮาวายประมาณ 800 ไมล์และห่างจากแคลิฟอร์เนียไปทางทิศตะวันตกราว 1,000 ไมล์ มันเต็มไปด้วยถุงก๊อบแก๊บ อวน เชือก ขวดพลาสติก ฝาพลาสติก และขยะพลาสติกอีกสารพัดที่ลอยล่องอยู่ด้วยกัน

ซากนกอัลบาทรอสที่ภายในท้องเต็มไปด้วยเศษพลาสติก
ซากนกอัลบาทรอสที่ภายในท้องเต็มไปด้วยเศษพลาสติก
ภาพจาก http://www.fakeplasticfish.com/2007/06/test-post.html

คาดคะเนว่า มหาสมุทรพลาสติกซึ่งได้รับการเรียกขานในภายหลังว่า “แพขยะขนาดยักษ์แห่งแปซิฟิก” (Great Pacific Garbage Patch หรือ Eastern Garbage Patch) น่าจะมีขนาดใหญ่เป็นสองเท่าของรัฐเท็กซัส โดยบริเวณศูนย์กลางของมันมีชิ้นส่วนพลาสติกสุมกันอยู่ตั้งแต่ระดับผิวน้ำลงไปจนถึงที่ระดับความลึก 300 ฟุต คิดเป็นน้ำหนักรวมประมาณ 3 ล้านตัน!

2.
ย้อนกลับไปสมัยยังเป็นวัยรุ่น เบธเคยเป็นเจ้าหน้าที่ระดมทุนขององค์กรที่สนใจประเด็นสิ่งแวดล้อมและสังคม แต่หลังจากอุดมการณ์เบียดเบียนชีวิตมากเกินไป เธอจึงหันมาสวมหมวกนักบัญชีเพื่อสร้างความมั่นคงให้กับชีวิต เรื่องราวเขียวๆ จึงซีดจางลงตามการหมุนของฤดูกาล

ทว่าวันนั้นวันเดียว ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เกิดขึ้นกับผู้หญิงอเมริกันวัย 42 ปี เบธกลับมาเห็นความสำคัญของธรรมชาติและเข้าใจสายสัมพันธ์ระหว่างคนกับโลกอย่างถ่องแท้อีกครั้ง

การอ่านข้อมูลผ่านจอคอมพิวเตอร์ทำให้เธอตระหนักในทันทีว่า ตนเองก็เป็นส่วนหนึ่งของคนที่...“ซื้อและโยนทิ้ง” ขวดพลาสติกไปหลายร้อยใบ รับถุงพลาสติกเวลาไปชอปปิ้ง (บางครั้งขอซ้อนสองชั้นด้วย) และข้องเกี่ยวกับชิ้นส่วนพลาสติกอื่นๆ อีกนับไม่ถ้วน

รู้โดยทั่วกันแล้วว่า ขยะพลาสติกทำร้ายโลกมากกว่าข้อหามลพิษทางสายตา สิ่งประดิษฐ์เพื่อความสะดวกของมนุษย์กำลังคร่าชีวิตสัตว์ทะเลจำนวนมาก เหยื่อเคราะห์ร้ายมีทั้งพี่ใหญ่อย่างวาฬ เต่าทะเล นกทะเล ปลาทะเล ไล่เรียงไปจนถึงน้องเล็กจิ๋วจำพวกแพลงก์ตอน

แพลงก์ตอนงั้นรึ?

ใช่...ชิ้นส่วนพลาสติกแตกสลายเป็นละอองพลาสติกขนาดเล็กแทรกตัวเข้าสู่ต้นทางของห่วงโซ่อาหาร แล้ว สิ่งแปลกปลอมนี้จะถูกส่งต่อไปเป็นทอดๆ ตามลำดับขั้นของการกิน และสุดท้ายก็จะมาถึงสิ่งมีชีวิตที่ยืนอยู่ชั้นบนสุดของห่วงโซ่อาหาร...ซึ่งหมายถึง “พวกเรา” นั่นเอง

เบธคิดว่า...โลกที่ยุ่งเหยิงไม่อาจอดทนได้อีกต่อไป แต่ละคนต้องลงมือกันทันที โดยไม่ต้องรอให้องค์กรด้านสิ่งแวดล้อมมาผลักดันประเด็นทางการเมืองและกฎหมาย เพื่อเปลี่ยนแปลงโลกให้ดีขึ้น

จึงเป็นความท้าทายครั้งใหม่ที่เบธจะต้อง “มีสติกับพลาสติกทุกชิ้น” เธอกำหนดเป้าหมายให้ตัวเอง 4 ข้อ คือ ลดการใช้พลาสติกผลิตใหม่สดซิง, ไม่ปล่อยให้พลาสติกที่มีอยู่แล้วเดินไปสู่เส้นทางน้ำหรือหลุมฝังกลบขยะ, จำกัดโอกาสของตนเองในการแพร่กระจายสารพิษจากพลาสติกบางประเภท และส่งต่อความรู้ความเข้าใจเรื่องนี้ไปสู่คนรอบข้าง

แล้วพื้นที่เล็กๆ บนโลกออนไลน์ของเบธก็เริ่มขึ้นในชื่อ...ปลาพลาสติกตัวปลอม หรือ Fake Plastic Fish

3.
หากแวะไปเยี่ยมบล็อกของเธอ นอกจากรายงานสรุปปริมาณขยะพลาสติกที่เธอสร้างขึ้นในแต่ละสัปดาห์แล้ว สิ่งแรกที่จะได้เห็นคือกราฟเส้นยึกยือแสดงจำนวนชิ้นและน้ำหนักของพลาสติกที่เข้ามาข้องเกี่ยวกับเบธ นับตั้งแต่วันที่ 18 มิถุนายน 2550 จนถึงปัจจุบัน
กราฟเส้นไม่เพียงให้ข้อมูลที่ชัดเจนแก่ผู้อ่าน แต่มันยังเตือนตัวเธอเองด้วยว่า ชีวิตในแต่ละวัน มีการบริโภคพลาสติกมากน้อยเพียงใด

เกือบสองปีเต็มที่ผ่านมา เบธสร้างขยะพลาสติกทั้งหมดหนึ่งพันสี่ร้อยกว่าชิ้น คิดเป็นน้ำหนักประมาณ 14 กิโลกรัม...นี่คือตัวเลขของผู้ที่พยายามใช้ชีวิตอย่างมีสติกับพลาสติก แล้วถ้าเป็นคนทั่วไปที่ไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้ คุณว่ามันจะมากกว่านี้สักกี่เท่า
แล้วว่าแต่เธอลงมือทำอะไรบ้าง?

หลีกเลี่ยงการใช้พลาสติก 3 ประเภทที่มีความเป็นพิษสูง นั่นคือ

หนึ่ง โพลีไวนิลคลอไรด์หรือพีวีซี (Polyvinyl Chloride, PVC) เช่น ของเล่นเด็ก วัสดุห่อหุ้มอาหาร เครื่องครัวพลาสติก และอื่นๆ ที่ปรากฏสัญลักษณ์ลูกศรวิ่งวนเป็นรูปสามเหลี่ยม ตรงกลางมีเลข 3*

สอง โพลีสไตรีน (Polystyrene, PS) เช่น ภาชนะโฟม และอื่นๆ ที่ปรากฏสัญลักษณ์ลูกศรวิ่งวนเป็นรูปสามเหลี่ยม ตรงกลางมีเลข 6*

และ...สาม โพลีคาร์บอเนต (Polycarbonate, PC) เช่น ขวดนม กระติกน้ำพลาสติก และอื่นๆ ที่ปรากฏสัญลักษณ์ลูกศรวิ่งวนเป็นรูปสามเหลี่ยม ตรงกลางมีเลข 7*

พกถุงผ้าและงดรับถุงพลาสติกจากร้านขายของชำ

พกเซตอุปกรณ์กินดื่ม หลอดดูดน้ำที่ทำจากแก้วซึ่งมีความแข็งแรง และแก้วเซรามิคส่วนตัว เพื่อลดการใช้อุปกรณ์กินดื่มที่ทำจากพลาสติก แก้วพลาสติก แก้วกระดาษเคลือบพลาสติก และหลอดดูดน้ำพลาสติก

ปฏิเสธน้ำดื่มและโซดาที่บรรจุในขวดพลาสติก

สั่งของออนไลน์พร้อมคำร้องขอ “ไม่รับบรรจุภัณฑ์โฟมและพลาสติก”

ใช้ซ้ำซองจดหมายที่มีช่องหน้าต่างพลาสติกใส

เลิกซื้อขนมปังในถุงพลาสติก (ตอนแรกเธอคิดว่าจะต้องเข้าครัวทำขนมปังทานเองซะแล้ว แต่โชคดีที่เจอร้านขายขนมปังในห่อกระดาษซะก่อน)

เลิกซื้ออาหารแช่แข็งที่มาในบรรจุภัณฑ์พลาสติก

ทำโยเกิร์ตทานเอง

บอกลาปากกาลูกลื่น หันมาใช้ปากกาหมึกซึม

...นี่เป็นตัวอย่างเพียงบางส่วนเท่านั้น เพราะเธอลงมือทำจริงๆ เยอะมาก เยอะแบบสาธยายไม่หมด



ขยะพลาสติกที่ลดได้ในหนึ่งสัปดาห์


ใช้ซ้ำซองจดหมายที่มีช่องหน้าต่างพลาสติกใส


พกอุปกรณ์รับประทานอาหารไปเอง
ภาพจาก http://www.fakeplasticfish.com/

ช่วงแรกเธอแยกประเภทพลาสติกแล้วส่งทุกอย่างที่รีไซเคิลได้ตามข้อกำหนดของเทศบาลเมืองโอ๊คแลนด์ มลรัฐแคลิฟอร์เนีย ให้กับโรงงานรีไซเคิล

แต่หลังจากรับรู้มาว่า พลาสติกจากกระบวนการรีไซเคิลในสหรัฐฯ มักไปจบปลายทางที่ประเทศจีน เบธเลิกวิธีการรีไซเคิลทันที หันมาทำความสะอาดและเก็บขยะพลาสติกทั้งหมดที่เธอสร้างขึ้นไว้สำหรับการจัดนิทรรศการ แม้จะยังไม่ได้วางแผนชัดเจนว่าจะออกมาในรูปแบบใด แต่บางส่วนก็ถูกนำมาประดิษฐ์เป็นเครื่องแต่งกายที่ใช้เป็นสื่อรณรงค์ไปบ้างแล้ว

4.
“ปลาพลาสติกตัวปลอม” เป็นชื่อที่ได้ไอเดียมาจากตัวอย่างอาหารที่ทำเลียนแบบของจริงและวางโชว์เรียกน้ำย่อยอยู่หน้าร้านอาหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งร้านอาหารญี่ปุ่น

สำหรับเบธ ธุรกิจผลิตอาหารปลอมจากพลาสติกที่กำลังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ คือสัญลักษณ์แห่ง “วัฒนธรรมพลาสติก” ของผู้คนในโลกปัจจุบัน ปลาปลอมและซูชิปลอมที่อวดโฉมอยู่หน้าร้านอาหาร กลับผลิตจากวัตถุดิบที่กำลังทำร้ายปลาตัวจริงซึ่งแหวกว่ายอยู่ในท้องทะเล...คิดดูสิ น่าขันไหมล่ะ

เธอค่อยๆ เปลี่ยนแปลงรูปแบบการใช้ชีวิตของตัวเองทีละน้อย โดยไม่พยายามฝืนจนรู้สึกว่าเป็นเรื่องยากลำบากเกินไป และปรารถนาที่จะเดินหน้าโครงการนี้ต่อไปเรื่อยๆ ซึ่งแน่นอนว่า...มันไม่มีจุดสิ้นสุดและไม่มีทางถอยหลังกลับไปสู่จุดเดิม

ทั้งหมดเกิดขึ้นเพราะเธอได้รับแรงบันดาลใจจากการกระทำของผู้อื่น ขณะเดียวกันการกระทำของเธอเองก็ (น่าจะ) กระตุ้นให้คนอื่นๆ ได้ทำเพื่อโลกด้วยเช่นกัน ห่วงโซ่แห่งแรงบันดาลใจดีๆ เช่นนี้จะไม่ขาดตอนถ้าคุณอ่านแล้วไม่ปล่อยให้มันเป็นแต่ตัวหนังสือผ่านสายตา

เพราะมาถึงบรรทัดนี้ คนเขียนก็ถามตัวเองอยู่เหมือนกัน...เราปล่อยปลาปลอมลงทะเลไปกี่ตัวแล้ว?

 FYI
ตามติดภารกิจของเบทได้ที่บล็อกของเธอ http://www.fakeplasticfish.com/
ตามติดภารกิจของโคลินและครอบครัวได้ที่ http://noimpactman.typepad.com/
ตามติดชีวิตปราศจากพลาสติกของสาวชาวแวนคูเวอร์ ได้ที่ http://plasticfree.blogspot.com/
และอ่านเรื่องราวเกี่ยวกับกัปตันมัวร์และมหาสมุทรพลาสติก ได้ที่ http://www.bestlifeonline.com/cms/publish/health/Our_oceans_are_turning_into_plastic_are_we_2.php
หากลองให้ Google ช่วยค้นด้วยคีย์เวิร์ด Plastic Ocean, Great Pacific Garbage Patch หรือ Eastern Garbage Patch คุณจะพบว่ามีข้อมูลบนเว็บไซต์รวมกันมากกว่า 6 แสนแห่ง...ให้อ่านกันตาแฉะเลยเชียว!!

 

 

creative-commonsแสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ประเทศไทย