ไขปริศนาพายุหิมะ...โลกร้อนหรือโลกเย็นกันแน่

ไขปริศนาพายุหิมะ...โลกร้อนหรือโลกเย็นกันแน่
สภาพอากาศหนาวเย็นที่เกิดขึ้นทางซีกโลกเหนือไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอเมริกา อังกฤษ ยุโรป หรือจีน ที่หลายแห่งทำลายสถิติในรอบ 10 ปี 30 ปี 60 ปีไปจนถึง 100 ปี และยังแผ่ลงไปจนถึงรัฐฟลอริด้าซึ่งอยู่ทางใต้ซึ่งปกติเป็นเขตอบอุ่น ทำให้ป่วนไปหมดทั้งคน สัตว์ พืช ต่างได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า
นักวิทยาศาสตร์หลายสำนัก พยายามจะอธิบายปรากฏการณ์หนาวที่เกิดขึ้น คำอธิบายชุดหนึ่งก็คือ เป็นเพราะการแกว่งตัวตามวงรอบของมวลอากาศเย็นของอาร์กติกและแอตแลนติกเหนือ การแกว่งตัวของมวลอากาศถ้าจะอธิบายอย่างง่ายๆ ก็คงเหมือนกับเราไกวเปล ก็จะมีจังหวะที่เปลขึ้นสูงสุด และลงต่ำสุด สลับกันไปในจังหวะที่แน่นอน และมีวงรอบที่แน่นอน เช่น 10 ปี 15 ปี เป็นต้น จังหวะที่ทำให้หนาวเย็นก็คือ ช่วงที่มวลอากาศจากอาร์กติกและแอตแลนติกเหนือแกว่งไปถึงจุดสูงสุด ที่น่าสนใจก็คือชุดของการแกว่งตัวนี้มีอยู่นับพันชุด แต่ละชุดมีวงรอบของการแกว่งตัวที่ทำให้เกิดอากาศเย็นเป็นระยะเวลาไม่เท่ากัน
ดร.อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผู้อำนวยการศูนย์เครือข่ายงานวิเคราะห์วิจัยและฝึกอบรมการเปลี่ยนแปลงของโลกแห่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สันนิษฐานว่าความหนาวเย็นที่เกิดขึ้นในปีนี้ เกิดจากวงรอบของการแกว่งตัวที่นำความหนาวเย็นแต่ละชุดเกิดขึ้นพร้อมกันเป็นจำนวนมาก จึงเสริมกันทำให้ยิ่งมีความหนาวเย็นมาก ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ค่อนข้างยาก แถมยังอาจถูกเสริมด้วยความปั่นป่วนและแปรปรวนของสภาพอากาศที่เป็นผลมาจากภาวะโลกร้อน จึงทำให้อากาศหนาวจนถึงขั้นทำลายสถิติในรอบหลายสิบถึงร้อยปี แต่นักวิทยาศาสตร์ก็ยังไม่มีใครอธิบายได้ว่า อะไรเป็นตัวควบคุมการแกว่งตัวดังกล่าว
อีกทฤษฎีหนึ่งก็พยายามจะอธิบายด้วยระบบกระแสน้ำโลก โดยนักสมุทรศาสตร์ทั่วโลกกำลังจับตาความเปลี่ยนแปลงการไหลเวียนของกระแสน้ำอุ่นและน้ำเย็น

ปกติเส้นทางการเคลื่อนตัวของกระแสน้ำโลก หรือ Great Ocean Conveyor Belt จะรับเอาความอบอุ่นบริเวณศูนย์สูตรมาถ่ายเทให้บริเวณยุโรปและอเมริกาให้ไม่เย็นจนเกินไป และรับเอาความเย็นของซีกโลกเหนือลงไปให้บริเวณศูนย์สูตรเพื่อไม่ให้ร้อนจนเกินไป แต่การไหลของกระแสน้ำนี้กำลังถูกจับตาว่ามันเคลื่อนตัวช้าลง เพราะโลกร้อนที่ทำให้น้ำแข็งละลายลงไปในมหาสมุทรจำนวนมหาศาลนั้น ทำให้กระแสน้ำเย็นลงจนเคลื่อนตัวช้าลง การถ่ายเทความอบอุ่นไปซีกโลกเหนือจึงไม่ดีเหมือนเดิม ผลที่ตามมาคือเกิดความหนาวเย็นสุดขั้วขึ้น เป็นหลักการเดียวกันกับเรื่องราวในภาพยนตร์เรื่อง The Day After Tomorrow แต่การเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลันแบบในหนังนั้นก็แทบไม่มีโอกาสเป็นไปได้
สำหรับปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น ดร.อานนท์ บอกด้วยว่า ต้องดูความถี่ว่าเกิดถี่ขึ้น หรือเกิดขึ้นทุกปีหรือไม่ ถ้าเกิดบ่อยขึ้นหรือทุกปี ก็อาจส่อให้เห็นว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงในระดับของภูมิอากาศโลก ไม่ใช่แค่สภาพอากาศเฉพาะในช่วงฤดูนั้นๆ ของแต่ละปี แต่จะต้องใช้เวลาเก็บข้อมูลอย่างละเอียดไม่น้อยกว่า 30 ปีจึงจะชี้ชัดได้ว่าเป็นเพราะสาเหตุนี้จริงหรือไม่
แต่ไม่ว่าจะเป็นเพราะอะไร เราคงไม่จำเป็นต้องรอหาสาเหตุ สิ่งที่เราทำได้เลยคือ ลดโลกร้อน ด้วยการบริโภคทุกอย่างแต่พอดี
