Nature Mentor: ผู้เปิดประตูสู่โลกมหัศจรรย์แห่งธรรมชาติ

Date

Time

-

Place

รายละเอียดกิจกรรม

Nature Mentor : ผู้เปิดประตูสู่โลกมหัศจรรย์แห่งธรรมชาติ

(รุ่นบุกเบิกร่วมพัฒนาหลักสูตร)

ถ้าคุณเชื่อว่า  เด็กๆ พัฒนาศักยภาพตนเองได้ดีที่สุดเมื่อเรียนรู้กับธรรมชาติ
ถ้าคุณเชื่อว่า  สุขภาพกายและจิตของเราผูกพันโยงใยกับธรรมชาติ
ถ้าคุณเชื่อว่า  ทางออกจากวิกฤตสิ่งแวดล้อมและเครื่องมือสู่การพัฒนายั่งยืนซ่อนอยู่ในธรรมชาติ
ถ้าคุณเชื่อว่า  ธรรมชาติเป็นครูที่ยิ่งใหญ่ที่สุด สำหรับตัวคุณเอง นักเรียนหรือลูกหลานคุณ
คุณคือ Nature Mentors ที่เราตามหา

 

Nature Mentor คือใคร ?

Nature Mentor คือ ผู้เปิดประตูสู่โลกมหัศจรรย์แห่งธรรมชาติให้แก่ผู้อื่น ได้เข้าถึงประสบการณ์ตรงกับสรรพสิ่งในธรรมชาติ ในหลากมิติหลายแง่มุม เกิดเป็นความผูกพันที่นำไปสู่การพัฒนาศักยภาพตนเองอย่างเต็มที่ ความตระหนักรับรู้ที่เกิดขึ้นจะสร้างทัศนคติที่เป็นฐานในการดำรงชีวิตและประกอบอาชีพอย่างสร้างสรรค์ในลักษณะที่เกื้อหนุนและสอดคล้องกับธรรมชาติ

แม้ไม่ได้มีความเชี่ยวชาญทางธรรมชาติวิทยามาแต่ต้น ก็สามารถฝึกฝนตนเองให้เป็น Nature Mentor ที่ดีได้ เพราะ Nature Mentor ไม่ใช่ครูวิชาการ แต่เป็นโค้ชเรียนรู้โลกธรรมชาติทั้งภายในและภายนอกตัวเราเองควบคู่กันไป

การฝึก Nature Mentor จึงเหมาะสำหรับพ่อแม่ ผู้ปกครอง คุณครู อาจารย์ นักกิจกรรมและผู้สนใจกระบวนการเรียนรู้หรือการแบ่งปันความรักธรรมชาติทุกคน

 

ทำไมจึงต้องเป็น Nature Mentor กัน ?

การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและวัฒนธรรมอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่สิบปีที่ผ่านมา นำไปสู่วิถีชีวิตและพฤติกรรมมนุษย์ที่แตกต่างอย่างก้าวกระโดดไปจากบริบทเดิมที่ร่างกายมนุษย์วิวัฒนาการขึ้นมาตลอดหลายแสนปี

การเข้าถึงข้อมูลอย่างง่ายดายเพียงปลายนิ้วโป้งในยุคปัจจุบันเป็นเรื่องน่ายินดี และมีบทบาทสำคัญเป็นอย่างยิ่งในการพัฒนาอย่างยั่งยืน แต่ชีวิตสมัยใหม่จรดอยู่กับจออิเล็กโทรนิค ตัดความสัมพันธ์เราจากประสบการณ์ตรงกับธรรมชาติและลดทอนการพัฒนาระบบสัมผัสรับรู้ในร่างกายที่เราเคยใช้ในการดำรงชีวิต ทำให้มันอ่อนเปลี้ยลง จึงมีผลกระทบต่อสุขภาพกายและจิต จนเกิดปรากฎการณ์ที่เรียกรวมๆ ว่า อาการขาดธรรมชาติ (Nature Deficit Disorder) เป็นปัญหาในหมู่คนทั่วไป แต่โดยเฉพาะในหมู่เด็กที่กำลังพัฒนาร่างกาย สมองและจิตใจ อาการเหล่านี้รวมถึง สมาธิสั้น ซึมเศร้า ภูมิต้านทานต่ำ การทรงตัวบกพร่อง อารมณ์เหวี่ยงฉุนเฉียว วิตกจริต ไม่ใยดีต่อชีวิต ฯลฯ

การหันไปรื้อฟื้นความสัมพันธ์ของเรากับธรรมชาติขึ้นมาใหม่จึงเป็นเรื่องใหญ่และสำคัญมาก มันไม่เพียงแต่สำคัญต่อสุขภาพ แต่ยังเป็นกุญแจดอกสำคัญสู่ทางออกจากวิกฤตสิ่งแวดล้อมในวันนี้ โดยอาศัยปัญญาจากธรรมชาติ อาทิ สร้างเมืองให้สอดคล้องกับภูมินิเวศ พัฒนาเทคโนโลยีเลียนแบบความสามารถของสิ่งมีชีวิตต่างๆ เป็นต้น การเข้าถึงปัญญาธรรมชาติเหล่านี้ อาศัยความอยากรู้ใคร่เห็น ความทึ่งและเคารพต่อธรรมชาติ รู้จักให้ธรรมชาติเป็นครู ซึ่งจะเกิดขึ้นได้เมื่อเราฟื้นสัมพันธ์กับธรรมชาติขึ้นมา หน้าที่ของ Nature Mentor ในการเป็นผู้ช่วยเปิดประตูพาผู้อื่นสำรวจโลกธรรมชาติจึงเป็นบทบาทที่สำคัญในโลกปัจจุบันและอนาคต

 

ภาพรวมของหลักสูตรฝึกอบรม Nature Mentor ?

การเป็น Nature Mentor ที่ดีต้องอาศัยเวลาในการฝึกฝนและพัฒนา และแม้แต่ Nature Mentor ที่มีประสบการณ์สูงก็ยังมีแง่มุมให้พัฒนาตนเองต่อไปได้ไม่รู้จบ  หลักสูตรนี้มุ่งปลูกฝังความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับธรรมชาติ ได้สัมผัสกับกิจกรรม แบบฝึกหัดและเกม ได้พบเรื่องราวและเรียนรู้เครื่องมือการปฏิบัติในการเพิ่มความสัมพันธ์ต่างๆ  รวมถึงแนวทางการพัฒนาทักษะที่สำคัญ ซึ่งผู้เรียนสามารถนำไปใช้ฝึกฝนตนเองร่วมกับผู้อื่นได้ต่อไป กระบวนการทั้งหมดจะช่วยเสริมสร้างความมั่นใจในการเป็นผู้นำการเรียนรู้อย่างถ่อมตนกับธรรมชาติ และช่วยเร่งรัดการพัฒนาความสามารถนั้นสืบต่อไปได้

หลักสูตร Nature Mentor เรียนกัน 7 ครั้ง ครั้งละ 1 – 3 วัน เป็นระยะเวลา 10 เดือนโดยแบ่งออกเป็น 4 ส่วน ได้แก่

  1. ปฐมบทเปิดโลกมหัศจรรย์ธรรมชาติ ร่วมกับ Nature Masters เพื่อรับแรงบันดาลใจและวิเคราะห์ร่วมกันถึงคุณสมบัติสำคัญของการเป็น Nature Mentor ที่ดี
  2. ฝึกอบรมพัฒนาศักยภาพและทักษะ 4 หมวดสำคัญ: ผัสสะรับรู้ธรรมชาติ (Sensing Nature); สังเกตรูปแบบและบทบาทในธรรมชาติ (Recognizing Forms, Patterns and Functions); การเล่าเรื่อง (Story telling); และ Art of Mentoring
  3. ฝึกปฏิบัติในภาคสนามจริงกับ Nature Camp
  4. โครงงานส่วนบุคคล (personal project) พัฒนาการเรียนรู้ธรรมชาติตามความสนใจส่วนตัว หรือจะเป็นโครงงานเรียนรู้กลุ่มย่อยก็ได้

หมายเหตุ กำหนดการอาจเปลี่ยนเเปลงได้ตามความเหมาะสม

ผู้เข้าเรียนได้รับอะไรบ้าง?

  1. แนวคิดและแนวทางในการเรียนรู้สำรวจธรรมชาติ แม้เมื่อเราขาดความรู้หรือข้อมูล
  2. ชุดเครื่องมือและเทคนิคการเรียนรู้สำรวจธรรมชาติและเทคนิคการให้คำปรึกษาที่นำกลับไปฝึกฝนต่อได้เอง
  3. เครือข่าย Nature Mentors และช่องทางการหาความรู้และแบ่งปันข้อมูลเพิ่มเติม
  4. ค้นพบศักยภาพเด่นของตนเองในการเป็นนักศึกษาธรรมชาติ (Naturalist) หรือ Nature Mentor
  5. ได้คู่มือชีวิตป่าเมืองกรุง (Field Guide to Bangkok Wildlife) ฟรี 1 เล่ม

 

ค่าใช้จ่าย   ผู้เข้าร่วมการฝึกอบรม Nature Mentor ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ยกเว้น  ค่าเดินทางมายังสถานที่จัดกิจกรรมที่ทางผู้สมัครต้องรับผิดชอบด้วยตนเอง

 

ใครสามารถเข้าร่วมฝึกอบรมเป็น Nature Mentor ได้บ้าง ?

  1. บุคคลทั่วไปที่มีลักษณะงานเกี่ยวข้องกับการสอนหรือทำกิจกรรมเกี่ยวกับการเรียนรู้
  2. เป็นผู้ที่สนใจอยากทำหน้าที่สอนเรื่องธรรมชาติให้กับบุคคลอื่น ๆ (ทั้งที่มีประสบการณ์อยู่แล้ว หรือยังไม่เคยแต่มีความอยากก็ได้)
  3. สามารถเข้าร่วมกิจกรรมตามหลักสูตรได้ทุกกิจกรรมตามที่กำหนดไว้
  4. เป็นคนอยากรู้อยากเห็น กระตือรือร้น ไม่จำเป็นต้องมีความรู้ทางชีววิทยา เกินไปกว่ารู้ว่าพืชต้องการแดดสำหรับสังเคราะห์แสง
  5. เต็มใจร่วมแชร์ประสบการณ์เพื่อร่วมพัฒนาหลักสูตรเพื่อความเป็นเจ้าของร่วมกัน
  6. มีความตั้งใจนำความรู้และทักษะที่ได้ไปปรับใช้กับการทำงานหรือชีวิตประจำวันของตนเองได้จริง

หมายเหตุ การพิจารณาเข้าร่วมกิจกรรม จะพิจารณาจากใบสมัคร และการเข้าร่วมใน “กิจกรรมคัดเลือก” เป็นสำคัญ

 

สมัครเข้าร่วมได้อย่างไร ?

  1. กรอกใบสมัคร ***พร้อมแนบเอกสารดังนี้ (ไฟล์ PDF)

– ประวัติส่วนตัว ที่บอกเล่าประสบการณ์ที่เกี่ยวกับการถ่ายทอดธรรมชาติที่ผ่านมา

–  เขียน เหตุผลว่าทำไมถึงอยากเรียนหลักสูตรนี้ และคิดว่าจะเอาไปทำอะไรต่อไป (ไม่จำกัดจำนวนหน้า)

— ส่งไปยังอีเมล gwf@greenworld.or.th —

  1. ผู้สมัครจะต้องเข้าร่วมกิจกรรมคัดเลือก โดยมาแบ่งปันเล่าประสบการณ์ของตนเองกับธรรมชาติร่วมกับผู้สมัครท่านอื่น

>>> กรอกใบสมัคร <<<

ปิดรับสมัคร 16 มิถุนายน 2561


สอบถามเพิ่มเติม

อนงค์รัตน์ เพชรสัมฤทธิ์ (อ้วน)

ฝ่ายกิจกรรมสิ่งแวดล้อมศึกษา มูลนิธิโลกสีเขียว
เลขที่ 2 ซอยสุขุมวิท 43 แขวงคลองตันเหนือ
เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110

โทรศัพท์ 02 662 5766-7
มือถือ 089 793 8233

อีเมล :anongrat@greenworld.or.th