Green Issues

Search Result for :

กินดีอยู่ดี
read

มุสาผู้บริโภคต้องเจอดี

สหรัฐอเมริกานั้นเป็นประเทศที่มีระบบการให้สิทธิและอำนวยเสรีภาพแก่ผู้บริโภคอย่างเต็มที่ ใครที่คิดจะหากินด้วยการหลอกลวงขายสินค้าไร้สาระนั้น ประเทศนี้ยินดีเชิญชวนให้เข้าทำกิจการ เพียงแต่อย่างให้มีผู้บริโภคหรือนักร้อง (เรียน) คนใดทนไม่ไหวนำเรื่องส่งถึงศาลว่า มีการโฆษณาโดยไม่มีหลักฐานว่าเป็นจริง เมื่อนั้นผู้ทำการค้าแบบไม่สุจริตจะพบความจริงว่า การลงโทษนั้นมีจริงบนโลกนี้ บทความนี้จะยกตัวอย่างที่เกิดขึ้นจริงในประเทศที่มีการบริหารเสรีภาพอย่างสุด ๆ และมีการบังคับใช้กฏหมายแบบไม่มีการยกเว้น (ต่างจากบางประเทศที่พัฒนาแล้วได้เท่าที่เป็น เพราะพัฒนาต่อไปไม่ไหวแล้ว) โดยเรื่องราวต่อไปนี้สอนให้รู้ว่า จะโฆษณาขายสินค้าแบบมั่ว ๆ ในสหรัฐอเมริกาไม่ได้นะ เพราะประเทศนี้ก็มีนักร้อง (เกี่ยวกับสินค้าอุปโภคและบริโภค) ระดับชาติเหมือนบางประเทศทางเอเชีย (ที่คอยร้องเรียนพฤติกรรมมั่วซั่วทางการเมือง) และศาลอเมริกันนั้นเอาจริงเสมอถ้าเป็นเรื่องเกี่ยวกับละเมิดผลประโยชน์ของผู้บริโภค โฆษณารองเท้าวิเศษ เรื่องแรกที่ขอนำมาบอกเล่าเพื่อเปรียบเทียบว่าสิ่งนี้เกิดขึ้นในบ้านเราหรือไม่คือ มีบริษัทหนึ่งขายรองเท้าโดยโฆษณาว่าเป็น “รองเท้าที่ใส่แล้วเหมือนวิ่งด้วยเท้าเปล่า” โดยรองเท้านี้ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อบริเวณเท้าและขาช่วงล่าง ปรับปรุงการกระตุ้นการทำงานของระบบประสาทที่เกี่ยวข้องกับความสมดุลและความว่องไว ช่วยให้เท้าและลำตัวเคลื่อนที่ได้อย่างเป็นธรรมชาติ ลักษณะพิเศษของรองเท้านี้คือ มันต่างจากรองเท้ายี่ห้ออื่นที่โด่งดังในวงการวิ่งทั้งหลายตรงที่ถูกออกแบบให้มีรูปร่างเหมือนมีนิ้วเท้าห้านิ้วและส้นค่อนข้างบางมาก (FiveFingers shoes) นัยว่าเมื่อใส่แล้วเหมือนไม่ได้ใส่ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นและอินเทรนด์มาเมื่อหลายปีมาแล้วในสหรัฐอเมริกา มีการประเมินว่าอาจมีลูกค้าถึง 70 ล้านคนที่ยอมจ่ายเงินซื้อในราคาคู่ละเกือบ 100 เหรียญดอลลาห์สหรัฐ แต่สุดท้ายก็มีนักร้อง (เรียน) ชาวอเมริกันคนหนึ่งเอาเรื่องถึงศาลว่า บริษัทเหมือนทำโฆษณาแบบไม่ได้ใช้ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์มาประกอบในการโฆษณามั่วซั่วเกี่ยวกับสุขภาพเท้าของประชาชน อีกทั้งนักวิทยาศาสตร์สุขภาพบางคนกล่าวว่า รองเท้าประหลาดนี้อาจทำให้สุขภาพเท้าเสื่อมได้เมื่อใส่วิ่ง สุดท้ายในปี 2012 บริษัทจึงถูกศาลตัดสินให้จ่ายค่าปรับให้กับทางการคือ กระทรวงพาณิชย์ (Federal Trade Commission) ราว […]

Read More
นิเวศในเมือง
read

From Russia with Love

จั่วหัวชื่อบทความนี้ คงมีแต่คนยุคสงครามเย็นจะเข้าใจ มันเป็นชื่อหนังเจมส์บอนด์ยุค ฌอน คอนเนอรี่ คนรุ่นแฟนฌอน คอนเนอรี่มีความทรงจำที่ไม่ค่อยจะดีนักต่อรัสเซีย จำได้ว่าครั้งแรกที่เดินทางไปเยี่ยมญาติที่อังกฤษ แม่พาขึ้นเรือบินแอโรฟลอตของรัสเซีย เพราะมันราคาถูกที่สุดในยุค 70s แอร์ดุมาก เสริฟอาหารตี 2 ใช้ถาดที่ถือมาเคาะหัวผู้โดยสารปลุกให้ตื่นขึ้นมากิน โขกถาดลงตรงหน้า สั่งคำเดียวว่า “Eat!” เราต้องรอ 24 ชั่วโมงเพื่อเปลี่ยนเครื่องที่รัสเซีย เขาบริการพาเราไปกักไว้ในโรงแรม ห้ามออกจากห้องนอน มีคนเฝ้าดุๆ หน้าลิฟท์แต่ละชั้น คอยตะโกน “Back!” ถ้าเราโผล่หัวออกมาจากห้อง ถึงเวลาอาหารจึงมาเคาะประตู “Eat!” จัดผู้โดยสารเดินเรียงแถวไปห้องอาหารในชั้นนั้น เสริฟซุปจืดๆ พร้อมขนมปังแข็งกัดไม่เข้า กินเสร็จก็เดินเรียงแถวกลับเข้าห้องนอนจนถึงเวลาบิน ความเกร็งต่ออำนาจหลังม่านเหล็กและขนมปังแข็งมันฝังใจ หลายสิบปีต่อมา เมื่อคิดจะไปเยือนรัสเซียต้นเดือนธันวากลางฤดูหนาวเหน็บ ให้มันรู้ไปว่านโบเลียนแพ้หิมะรัสเซียอย่างไร เราจึงออกจะเกร็ง แม้ว่าปัจจุบันนักท่องเที่ยวไทยจะเข้ารัสเซียได้โดยไม่ต้องมีวีซ่า แต่ชาวพันทิปก็เตือนกันไว้ว่าอย่าได้วางใจ จงเตรียมเอกสารสัญญาข้อตกลงระหว่างประเทศภาษารัสเซียไปด้วย พร้อมกับใบโน่นนี่จากโรงแรมที่พัก แต่เมื่อไปถึงจริงๆ แล้ว อคติดั้งเดิมทั้งหมดก็ลบเลือนไป รัสเซียในวันนี้เปลี่ยนไปมาก อาหารอร่อยและถูก โดยเฉพาะซุปบ้านๆ (ซึ่งไม่เข้าใจว่าทำไมโรงแรมของแอโรฟลอตไม่ให้เรากิน) เบียร์ท้องถิ่นและไวน์จากจอร์เจียดีงามสามภพ พิพิธภัณฑ์เลิศระดับโลก ผู้คนอัธยาศัยดี โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ยินดีช่วยเหลือบริการ […]

Read More
คุยข่าวสีเขียว
read

ป่าต้นน้ำปิง ไร่กระเทียม พาราควอต

ปลายมกราคมที่ผ่านมา ฉันเดินเข้าป่ากับคณะธรรมยาตราต้นน้ำปิง—กลุ่มฆราวาสและพระประมาณ 60 ชีวิตที่มีภารกิจเดินป่าเพื่อเรียนรู้ธรรมชาติ—เริ่มต้นที่บริเวณชายแดนไทย-เมียนมาร์ บ้านเมืองนะ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ที่นั่นฉันเห็นสวนกระเทียมสีเขียวสดลดหลั่นตามระดับพื้นดินกว้างไกลสุดสายตา แนวต้นไม้ใหญ่หนาทึบอยู่ลิบๆ นั่นคือเส้นแบ่งเขตประเทศไทยกับเมียนมาร์ “ปลูกกระเทียมหนึ่งรอบใช้เวลา 4 เดือน ฉีดยาฆ่าหญ้าฆ่าแมลงแบบผสมไปกับการให้น้ำทุก 4 วัน” ชาวสวนกระเทียมที่กำลัง “ให้ยา” ผสมไประบบน้ำฉีดพรมลงไปในแปลงกระเทียมให้ข้อมูล ผู้ร่วมทางของฉันซึ่งทำงานอยู่ในแวดวงสารเคมีเกษตรบอกว่าสารเคมีที่ใช้ในสวนกระเทียมเป็นสารเคมีชนิดดูดซึม ซึ่งรู้จักกันดีในชื่อ “พาราควอต” และ “ไกลโฟเซต” 3 วันที่เดินลัดเลาะและลุยไปตามแม่น้ำปิง จากสวนกระเทียมสู่แนวป่า จากหมู่บ้านหนึ่งสู่หมู่บ้านหนึ่ง จากบริเวณต้นน้ำที่เป็นลำธารน้ำใสสายเล็กๆ บางช่วงสามารถกระโดดข้ามได้ ค่อยๆ ขยายกว้างขึ้น ช่วงต้นน้ำแม้น้ำใสสะอาดแต่ไม่มีสัตว์น้ำอย่างกุ้งหอยปูปลาหรือแมลงปอซึ่งเป็นสัตว์ที่บ่งบอกว่าน้ำมีคุณภาพดีปรากฎให้เห็น บางช่วงน้ำจากสวนกระเทียมไหลผ่านหญ้าที่เหี่ยวเฉาและไหม้เกรียม จนเมื่อเดินลึกเข้ามาในเขตป่าในวันที่สอง จึงเริ่มเห็นชาวบ้านขุดดินกลางแม่น้ำเพื่อวางเครื่องมือหาปลา ยามค่ำคืน คณะของพวกเราหยุดพักค้างคืนริมแม่น้ำปิง ล้อมวงพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่พบเห็นช่วงที่เดินผ่านมา กลุ่มคนกรุงเทพและต่างถิ่นบอกเล่าถึงความประทับใจในธรรมชาติริมฝั่งแม่น้ำปิง ทว่า “ตุ๊ลุง” พระวัยเจ็ดสิบที่ทำงานรณรงค์รักษาป่าและแม่น้ำปิงมากว่า 20 ปีกลับบอกว่าสลดใจ เพราะเห็นความเสื่อมโทรมของแม่น้ำและป่าไม้เพิ่มขึ้นทุกปี ตุ๊ลุงเคยเห็นป่าสมบูรณ์ที่บริเวณชายแดนที่ค่อยๆ ผันเปลี่ยนเป็นชุมชน เริ่มจากชาวบ้าน 5 ครอบครัวแรก ขยายพื้นที่กลายเป็นวัดบ้านและสวนกระเทียมดังที่เห็น ส่วนป่าไม้ริมแม่น้ำปิงก็มีไร่สวนรุกคืบเข้ามาจนเกือบถึงแนวแม่น้ำ “เราล็อคคอชาวบ้านเป็นตัวประกัน ๆ […]

Read More
นิเวศในเมือง
read

ภาพบาดตา

เปล่านะ ผู้เขียนไม่ได้จะพูดเรื่องของใครไปเห็นใครทำอะไรไม่ดีไม่งามที่ไหน แต่เป็นภาพบาดตาที่ผู้เขียนต้องเจอตามข้างถนนอยู่บ่อยๆ ตั้งแต่ปลายปี 2017 ที่ผ่านมา พบว่าจากบ้านของผู้เขียนไปยังโรงเรียนของลูกชาย อันมีระยะทางราวๆ 5 กิโลเมตรนั้น มี “ภาพบาดตา” เกิดขึ้นถึง 3 แห่ง ก็เจ้าป้ายโฆษณาแบบระบบทีวีดิจิตอลใหญ่เบิ้มเหล่านั้น ออกอิทธิฤทธิ์เปล่งแสงกันสนั่นลั่นจอเหมือนดูสตาร์วอร์เลยทีเดียว ป้า เอ๊ย ผู้เขียนคงไม่บ่นอะไรมาก หากว่ามันอยู่ในที่ในทางและเปล่งพลังกันพอตัว ตอนเช้าที่ขับรถส่งเด็กๆ ไปโรงเรียน ท้องฟ้ายังคงมืดมิดอยู่ เพราะนาฬิกาที่มาเลเซียนี่เร็วกว่าท้องฟ้าจริง (ตามความเคยชินของสาวไทย) ไปหนึ่งชั่วโมง แสงที่เจิดจ้าออกมาจากป้ายโฆษณา จึงบาดตาคนขับขี่กว่าปกติ โดยเฉพาะป้ายหนึ่ง ที่ตั้งอยู่ในตำแหน่งที่เรี่ยกับพื้นและเป็นช่วงทางโค้ง เวลาที่ขับรถลงมาจากสะพานข้ามสามแยก จะเผชิญหน้ากันจังๆ กับคนขับรถพอดี ในทางการโฆษณา ป้ายนี้ถือว่าอยู่ในจุดยุทธศาสตร์แน่ๆ เห็นกันชัดๆ แต่สำหรับผู้เขียน มันกลับทำให้ต้องตกอยู่ในสภาพตาบอดไฟไปสิบวินาที ก่อนที่จะสามารถปรับสายตาเพ่งมองรถข้างหน้าและรถที่เข้ามาเทียบข้างๆ จากเลนคู่ขนานสะพาน ยิ่งถ้าเป็นช่วงที่โฆษณาสีสดๆ แบบสีเหลืองจ๋อยทั้งจอโผล่ขึ้นมาพอดีด้วยแล้ว ยิ่งทรมานเหลือเกิน เคยนึกอยู่เสมอว่า ป้าย LED น่าจะดีกว่าป้ายไวนิล เพราะในด้านของการผลัดเปลี่ยนโฆษณาแต่ละชนิดมีความถี่กี่ครั้งก็ได้แล้วแต่ราคาที่ตกลงกัน ส่วนการนำเสนอออกสู่สายตาผู้บริโภค ก็เพียงแต่ตั้งโปรแกรมให้โฆษณาขึ้นบ่อยครั้งตามที่ตกลง ภาพจาก: http://punestartups.org/forum/topics/led-display-advertising-in-pune ในขณะที่ป้ายไวนิล ทำมาจากส่วนผสมของพลาสติกกับคลอรีน มีชื่อเต็มๆ […]

Read More
คุยข่าวสีเขียว
read

โรงไฟฟ้าถ่านหิน ความเชื่อเก่าที่กำลังล่มสลาย

เมื่อไม่นานมานี้ฉันได้ฟังผู้บริหารระดับสูงของโรงไฟฟ้าหลายแห่งคุยกัน พวกเขาล้วนพูดตรงกันราวกับออกมาจากแม่พิมพ์เดียวกันว่าโรงไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนนั้น “ดีแต่แพง” ซึ่งเป็นชุดข้อมูลเดียวกับที่หน่วยงานด้านพลังงานบอกกับสาธารณะ ปลายมกราคมเป็นช่วงที่บริษัททั่วโลกประกาศผลประกอบการไตรมาสสุดท้ายและสรุปผลประกอบการของปีที่ผ่านมา ผลลัพธ์ที่แตะต้องได้ในรูปของผลประกอบของบริษัทพลังงานหมุนเวียนเหล่านี้กลับตรงกันข้ามกับสิ่งที่คนในแวดวงพลังงานดั้งเดิมในบ้านเรากล่าวอ้าง ข้อมูลจากทั่วโลกล้วนเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกันว่าไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนถูกลงเรื่อยๆ และในอีกไม่กี่ปีจะถูกกว่าไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าดั้งเดิมและสกปรกอย่างโรงไฟฟ้าถ่านหิน 30 มกราคม นิตยสารฟอร์บรายงานว่ายุคสมัยอันรุ่งโรจน์ของถ่านหินในอินเดียกำลังจะล่มสลายในไม่ช้า   2 ใน 3 ของโรงไฟฟ้าถ่านหินมีต้นทุนสูงกว่าโรงไฟฟ้ายุคใหม่อย่างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงาน และสัดส่วนการใช้ถ่านหินในประเทศที่ในปี พ.ศ.2559-2560 มีสัดส่วนสูงถึง 80 % กำลังเปลี่ยนไป เนื่องจากต้นทุนไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนถูกลงครึ่งหนึ่งภายใน 2 ปี และจะยังคงต่ำลงเรื่อยๆ ปัจจุบันราคาขายส่งไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมถูกกว่าโรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหินเฉลี่ย 20 % และในการประมูลไฟฟ้าล่าสุดพบว่า 65 % ของโรงไฟฟ้าถ่านหิน ขายไฟในอัตราที่สูงกว่าไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน ภาพจาก: http://www.greenpeace.org/seasia/th/news/blog1/blog/59851/ จุดสำคัญอยู่ที่เมื่อปีที่แล้ว (2016-2017) เป็นครั้งแรกที่การติดตั้งโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนล้ำหน้ากำลังการผลิตของโรงไฟฟ้าถ่านหินถึง 2 เท่า และโรงไฟฟ้าถ่านหินในประเทศอินเดียเกือบทุกโรงละเมิดกฎหมายมาตรฐานคุณภาพอากาศ โดยภายในปีพ.ศ. 2570 หรืออีก 10 ข้างหน้า หน่วยงานควบคุมกลางด้านการผลิตไฟฟ้าของอินเดียเสนอให้ปิดโรงไฟฟ้าถ่านหินจำนวน 50 กิกะวัตต์ ขณะที่ความต้องการใช้ไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้นเป็น 275 กิกะวัตต์ ซึ่งจะชดเชยด้วยพลังงานหมุนเวียน โดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มโรงไฟฟ้าถ่านหินใหม่ที่ “แพงและสกปรก” เลย […]

Read More
กินดีอยู่ดี
read

เมื่อคิดลดน้ำหนัก

การโกหก การคิดเอาเองแล้วบอกว่าใช่ และการจับแพะชนแกะ เพื่อขายอาหารหรืออุปกรณ์ที่อุปโหลกเอาเองว่า ทำให้คนมีสุขภาพดีโดยเฉพาะเกี่ยวกับการลดน้ำหนักนั้น เป็นเรื่องที่พบเห็นได้ทั้งในโทรทัศน์ดิจิตอลไปถึงอินเตอร์เน็ท ในความเป็นจริงแล้ว ไม่มีวิธีอะไรที่ทำให้น้ำหนักตัวลดได้ง่าย ส่วนใหญ่ที่ออกมาพูดกันนั้นอาจได้ผลเฉพาะกับตัวผู้พูด แต่ไม่ได้ผลกับคนอื่นซึ่งมีความแตกต่างตั้งแต่พันธุกรรมไปจนถึงพฤติกรรมการบริโภคอาหาร และความยากได้เพิ่มมากขึ้นเมื่อคำนึงถึงเศรษฐานะ ปัจจัยเหล่านี้ล้วนเป็นตัวแปรที่ทำให้การลดน้ำหนักของแต่ละคนกลายเป็นเรื่องยากอย่างไม่น่าเชื่อ Alexandra Sifferlin ได้เขียนบทความเรื่อง “9 Myth About Weight Loss” เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2017 ในวารสารออนไลน์ TIME Health ซึ่งบรรยายถึงความอึมครึม (Myth) เกี่ยวกับความเชื่อบางประการในการลดน้ำหนักด้วยการควบคุมอาหารและอื่น ๆ ซึ่งนักวิทยาศาสตร์จากหลายสถาบันได้พยายามหาคำอธิบายถึงความเชื่อนั้น ๆ ว่า จริงหรือไม่ ซึ่งผู้เขียนขอเลือกประเด็นที่น่าสนใจและอาจเป็นประโยชน์ต่อผู้ซึ่งกำลังพยายามลดน้ำหนักอยู่มาเล่าให้ฟัง ภาพจาก: https://www.organicbook.com/food ความอึมครึมเรื่องแรกคือ เป็นไปไม่ได้ที่จะลดน้ำหนักตัว (เพราะผู้กล่าวนั้นทำไม่ได้ผลมาแล้ว) สิ่งที่น่าสนใจคือ ถ้าไปคุยกับผู้ที่เคยพยายามลดน้ำหนักแล้วไม่สำเร็จจะได้ยินคำสารภาพว่า การลดน้ำหนักนั้นเป็นเรื่องยากเย็นแสนเข็น ดั่งเข็นครกขึ้นภูเขา ทั้งที่ความจริงแล้วการศึกษาทางวิทยาศาสตร์กล่าวว่าสามารถทำได้จริง องค์กรเอกชนหนึ่งในสหรัฐอเมริกาคือ National Weight Control Registry ซึ่งก่อตั้งในปี 1994 โดย ดร. Rena Wing […]

Read More
นิเวศในเมือง
read

ประชาชนนั้นโดดเดี่ยว

เมื่อวันพุธ 29 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ดิฉันได้ไปร่วมออกรายการสถานีประชาชนของไทยพีบีเอส กับเครือข่ายชุมชนซอยย่านพญาไทผู้ประสบปัญหาผลกระทบจากคอนโดจำนวนมากกว่า 20 หลัง โดยมีตัวแทนจากหน่วยงานรัฐร่วมรายการ ปัญหาที่ชุมชนเขตพญาไทเจอนับเป็นปัญหาคลาสสิคที่ทุกชุมชนซอยเจอ และออกจะเข้มข้นเป็นพิเศษเพราะซอยขนาดเล็กเชื่อมต่อกันเยอะ จำนวนคอนโดหนาแน่น กระทบบ้านเดิมหลายร้อยหลังคาเรือน ตั้งแต่บ้านพังถึงขั้นต้องรื้อทิ้ง ไหนจะรถติดวินาศสันตะโร น้ำท่วมผิดปกติเมื่อคอนโดสูงพากันระบายน้ำออกมา ไหนจะความร้อนระอุที่เพิ่มขึ้นจากมวลคอนกรีต ฯลฯ หลายคอนโดขนาดใหญ่โตเทียบกับขนาดถนนเล็กแคบ จนสงสัยว่าทำไมจึงอนุญาตให้สร้างได้ มันเป็นปัญหาทุกข์ร้อนที่เกิดขึ้นกลางกรุงทั่วไปหมด สมควรหยิบยกมาเป็นวาระปัญหาแห่งเมือง ทางชุมชนพญาไท ภายใต้นาม “กลุ่มอนุรักษ์พญาไท” จึงได้ทำเรื่องร้องเรียนไปยังผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อตรวจสอบปรากฎการณ์นี้อย่างจริงจัง ดิฉันไปร่วมรายการในฐานะตัวแทนชุมชนสุขุมวิท 28-30 ผู้รับผลกระทบจากคอนโดเช่นกัน ทั้งย่านพญาไทและย่านสุขุมวิทอยู่ในโซนผังเมืองสีน้ำตาล คือโซนที่กำหนดให้เป็นเขตอยู่อาศัยหนาแน่น ดิฉันก็บอกว่าเราเข้าใจเจตนาของโซนสีน้ำตาล ว่าต้องการพัฒนาให้เป็นเมืองกระชับ (compact city) ใช้พื้นที่และทรัพยากรจำกัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ในความกระชับจะต้องไม่อึดอัดอุดตัน โครงสร้างเมืองและสาธารณูปโภครองรับได้ ทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้ ทั้งชาวบ้านผู้อยู่อาศัยดั้งเดิมและชาวคอนโดผู้มาใหม่ นั้นหมายความว่าอาคารใหญ่และคอนโดทั้งหลายต้องไม่โยนปัญหาออกมาข้างนอก แต่ความเป็นจริงกลับไม่เป็นเช่นนั้นเลย เราพยายามพึ่งพากฎหมาย แต่ก็พบข้อจำกัดหลายประการ เป็นต้นว่า นิยามกฎหมายไม่ชัดเจน กฎหมายระบุความกว้างของ “เขตทาง” แทนพื้นผิวจราจร ซอยที่มีพื้นถนนแค่สองเลนรวม 4.5 เมตร แต่มีพื้นที่สีเขียวปลูกต้นไม้ใหญ่ริมทางอย่างซอยบ้านเรา ก็ถูกตีความว่า “เขตทาง” […]

Read More
กินดีอยู่ดี
read

ปวดหัวเรื่องเข่าปวด

ผู้เขียนเป็นผู้หนึ่งที่มีปัญหาเกี่ยวกับเข่าเมื่อต้องนั่งทำงานนาน ๆ โดยต้องตั้งหลักให้มั่นคงขณะยืนขึ้นก่อนออกเดิน อาการนี้มีผู้แนะนำว่าทุเลาได้โดยการเล่นกีฬาที่ใช้ขาซึ่งรวมถึงการถีบจักรยาน ซึ่งผลตอบแทนที่ได้นั้นดูน่าพอใจในระหว่างเวลานั้น ๆ แต่เมื่อใดที่ต้องสอนหนังสือ เขียนบทความ หรือนั่งดูโทรทัศน์ ก็ยังปรากฏว่ามีอาการติดขัดบ้างพอสมควร ผู้เขียนจึงได้พยายามหาทางบรรเทาอาการดังกล่าวด้วยการนวดน่องและเข่าเมื่อรู้สึกเมื่อย นอกจากนี้ยังได้รับคำแนะนำให้กินผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชนิดหนึ่งคือ กลูโคซามีน ซึ่งผู้เขียนไม่ใคร่เต็มใจเพราะเป็นสินค้าที่มีราคาค่อนข้างแพงและเบิกในส่วนค่ารักษาพยาบาลไม่ได้ ตำราชีวเคมีกล่าวว่า กลูโคซามีน เป็นสารชีวเคมีธรรมชาติที่เป็นองค์ประกอบของเปลือกสัตว์ตระกูลหอย กระดูกสัตว์ ไขกระดูก และราบางชนิด (ซึ่งมนุษย์ใช้ให้สังเคราะห์กลูโคซามีนจากข้าวโพดเพื่อขายแก่ผู้บริโภคที่เป็นมังสะวิรัติ) ในร่างกายมนุษย์สารชีวเคมีนี้ปรากฏอยู่ในรูปของกลูโคซามีน-6-ฟอสเฟต โดยทำหน้าที่เป็นสารตั้งต้นในการสร้างสารชีวเคมีอื่นในกลุ่มที่เป็นน้ำตาลชนิดที่มีอะตอมไนโตรเจนเป็นองค์ประกอบของโมเลกุล (nitrogen-containing sugars) ร่างกายใช้กลูโคซามีนในการสังเคราะห์ ไกลโคอะมิโนไกลแคน (มีลักษณะเป็นมูกที่อุ้มน้ำได้ดี ทำหน้าที่หล่อลื่นข้อต่อในร่างกาย) โปรตีนโอไกลแคน (โมเลกุลขนาดใหญ่ของสารประกอบโปรตีนที่ต่อเชื่อมกับสายของน้ำตาลที่มีไนโตรเจนเป็นองค์ประกอบ ทำหน้าที่เป็นสารชีวเคมีที่เติมช่องว่างเสมือนกาวยึดระหว่างเซลล์) และไกลโคลิปิด (เป็นสารชีวเคมีโมเลกุลใหญ่ที่เกิดจากการต่อเชื่อมระหว่างน้ำตาลและไขมัน มีบทบาทด้านการคงความเสถียรของผนังเซลล์และการจดจำกันได้ของกลุ่มเซลล์ร่างกายเพื่อก่อให้เกิดเนื้อเยื่อขึ้นมา) นอกจากนี้ Wikipedia ยังกล่าวว่า กลูโคซามีนนั้นเป็นสารชีวเคมีที่เกี่ยวข้องในกระบวนการสร้างเอ็นกล้ามเนื้อ (tendon) เอ็นยึด (ligaments) กระดูกอ่อน (cartilage) เป็นต้น อีกทั้งในวงการเครื่องสำอางปัจจุบันมีการใช้กลูโคซามีนสังเคราะห์ในการฉีดให้ผิวเต่งตึงที่เรียกว่า ฉีดฟิลเลอร์ สมมุติฐานเกี่ยวกับประโยชน์ของกลูโคซามีนที่ถูกขายเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารกล่าวว่า ตัวโมเลกุลกลูโคซามีนนั้นถูกนำไปใช้สร้างน้ำหล่อลื่นข้อต่อต่าง ๆ ในขณะที่กลุ่มซัลเฟตที่ได้จากกลูโคซามีนซัลเฟตนั้นน่าจะมีส่วนร่วมในการสังเคราะห์กระดูกอ่อนด้วย ซึ่งสมมุติฐานนี้ไปสนับสนุนผลของบางการศึกษาที่พบว่า กลูโคซามีนที่ได้ผลในการบำบัดอาการปวดข้อนั้นต้องอยู่ในรูปกลูโคซามีนซัลเฟตเท่านั้น ส่วนกลูโคซามีนไฮโดรคลอไรด์หรือเอ็นอะเซ็ตติลกลูโคซามีนซึ่งมีวางขายในท้องตลาดด้วยนั้น เมื่อผู้บริโภคกินเข้าไปอาจเปล่าประโยชน์ […]

Read More
คุยข่าวสีเขียว
read

มลพิษที่มากับสายลม

ท่ามกลางข่าวจับกุมชาวเทพา จังหวัดสงขลาที่เดินขบวนไปยืนหนังสือต่อนายกรัฐมนตรีเพื่อคัดค้านการตั้งโรงไฟฟ้าถ่านหินในพื้นที่เมื่อเร็วๆนี้ และต่อมานักวิชาการ 35 รายในชื่อ “นักวิชาการเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน” ร่วมกันออกแถลงการณ์ยืนยันว่าโรงไฟฟ้าถ่านหินไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ส่วนใหญ่เป็นนักวิชาการสายวิศวกรรมและพลังงาน และไม่มีหน้าที่ศึกษาผลกระทบเชิงสุขภาพเกี่ยวกับโรงไฟฟ้าถ่านหินแต่อย่างใด (https://greennews.agency/?p=16008) งานวิจัยผลกระทบต่อสุขภาพจากโรงไฟฟ้าถ่านหินชิ้นนี้ก็ปรากฎขึ้น ภาพจาก: ผู้จัดการ Online จุดสำคัญของรายงานนี้อยู่ที่การเปรียบเทียบผลกระทบด้านสุขภาพก่อนและหลังการปิดโรงไฟฟ้าถ่านหิน และกล่าวถึงผลกระทบที่มีต่อคนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ใต้ลม ซึ่งรับมลพิษทางอากาศอย่างก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ไปเต็มๆ ผลก็คือทารกแรกเกิดมีน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์และคลอดก่อนกำหนด แต่เมื่อปิดโรงไฟฟ้าถ่านหินเพียงหนึ่งปีครึ่ง ปัญหาดังกล่าวก็ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โรงไฟฟ้าถ่านหินพอร์ตแลนด์ตั้งอยู่ในเขตมลรัฐเพนซิลวาเนีย ซึ่งติดกับมลรัฐนิวเจอร์ซี่ สหรัฐอเมริกา เมื่อปีพ.ศ.2549 เป็นโรงไฟฟ้าที่ปล่อยก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ เป็นอันดับ 5 ของสหรัฐอเมริกา และถูกปิดตัวลงเมื่อ มิถุนายน 2557 เนื่องจากองค์กรปกป้องสิ่งแวดล้อม (EPA) ระบุว่าเป็นแหล่งมลพิษแหล่งเดียวที่ทำลายคุณภาพอากาศด้านใต้ลมซึ่งตั้งอยู่ในเขตนิวเจอร์ซี่ และถือเป็นโครงการแรกที่พระราชบัญญัติอากาศสะอาดมีผลบังคับใช้เหนือกฎหมายระดับมลรัฐ กลุ่มนักวิจัยมหาวิทยาลัยลีไฮ (Lehigh University) ได้ทำการศึกษาผลกระทบด้านสุขภาพทั้งก่อนและหลังปิดโรงไฟฟ้า และเพิ่งตีพิมพ์ในวารสาร Environmental Economics and Management โดยเก็บข้อมูลการปล่อยก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ก่อนและหลังปิดระยะเวลาเท่ากันคือ 1.5 ปี สรุปได้ว่าภายหลังการปิดโรงไฟฟ้าถ่านหินและก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์มีระดับเกือบเป็นศูนย์ ปัญหาน้ำหนักทารกแรกเกิดต่ำกว่าเกณฑ์ ลดลง 15 % และปัญหาการคลอดก่อนกำหนดลดลง 28 % ซึ่งการศึกษาครั้งนี้มุ่งเน้นที่บริเวณพื้นที่ใต้ลม […]

Read More
นิเวศในเมือง
read

น้ำอัดลมในขวดแก้ว

วันหนึ่ง ขณะที่ร่วมวงอาหารกลางวันกับเพื่อนร่วมงาน ก็มีเสียงบิดเกลียวฝาขวด กริ๊ก.. ฟู่… ก๊าซของน้ำอัดลมพวยพุ่งออกมาจากขวดพลาสติกบรรจุน้ำสีดำ คงไม่กระตุกใจผู้เขียนมากซักเท่าไหร่ หากว่าไม่ใช่เพราะเพิ่งกลับมาจากเมืองไทย ก็ตามร้านอาหารในเมืองไทย ไม่ว่าจะเป็นร้านเหลา หรือยองๆ เหลา ต่างก็เสริฟน้ำอัดลม (ขวดเล็ก) ในขวดแก้วด้วยกันทั้งนั้น เลยถือโอกาสเล่าให้เพื่อนที่มาเลเซียฟังเกี่ยวกับเวลา…เอ๊ย..น้ำอัดลมในขวดแก้ว หลายๆ คนที่ทำงานอยู่ด้วยนั้น โตไม่ทันที่จะได้ดื่มน้ำอัดลมจากขวดแก้ว เพราะโตมาก็เจอเครื่องดื่มเหล่านั้นในกระป๋องและขวดพลาสติกแล้วเท่าที่ไต่ถามผู้อาวุโสในบ้าน เขาบอกว่า เมื่อห้าสิบกว่าปีที่แล้ว ตอนที่เขายังเป็นเด็กๆ ก็ยังได้ดื่มน้ำอัดลมจากขวดแก้วอยู่ แต่จำไม่ได้ว่ามันหายไปจากตลาดตอนไหน สำหรับน้องๆ ที่ทำงาน การที่ได้ยินว่าเมืองไทยยังคงขายในขวดแก้วอยู่ จึงทำให้เกิดคำถามพรั่งพรูตามมา “ดื่มเสร็จแล้วทิ้งขวดเลยหรือ” ถ้าเป็นคนไทยรุ่นอายุสามสิบขึ้น คงเคยได้เห็นรถบรรทุกน้ำอัดลมแบบเปิดโล่งสองข้าง มีลังน้ำสีต่างๆ ซ้อนกันอยู่ พอถึงหน้าร้านอาหารหรือร้านขายของชำที่สั่งน้ำเหล่านั้นเข้าร้าน พนักงานก็จะกระโดดลงมายกลังน้ำเหล่านั้นใส่รถเข็นสองล้อ ซ้อนกันเป็นตั้งสูงจนกลัวว่าจะหล่นลงมา (แต่ก็ไม่เคยเห็นใครทำหล่น) ยกเข้ามาวางแทนลังที่มีแต่ขวดเปล่า เป็นแบบระบบคืนขวด ส่งมากี่ลัง ก็เก็บคืนเท่านั้นลัง พอขวดเดินทางไปถึงโรงงาน ก็จะถูกส่งเข้าสู่ไลน์การล้างขวดด้วยสารละลายผสมโซดาไฟทั้งข้างนอกข้างใน มีการตรวจสอบสารตกค้าง และฆ่าเชื้อก่อนที่จะนำมาบรรจุเครื่องดื่มอีก ซึ่งผู้เขียนชอบมากที่เรายังคงมีระบบคืนขวดแบบนี้ เพราะทำให้ไม่ต้องใช้ขวดพลาสติกหรือกระป๋อง ที่แม้ว่าจะนำมารีไซเคิลได้จริง แต่ทรัพยากรและพลังงานที่ถูกนำมาใช้ในกระบวนการเหล่านั้น มันเริ่มที่จะลดน้อยลงไป ในขณะที่ภาชนะหลังใช้ก็ยังเกลื่อนกลาดทั่วไป โดยเฉพาะประเทศมาเลเซียที่การรีไซเคิลยังไม่อยู่ในนิสัยของคนส่วนมาก “คนงานยกลังเป็นคนที่มาจากไหน งานมันหนักนะ” […]

Read More
กินดีอยู่ดี
read

คิดหน้าคิดหลังก่อนกินโคคิวเท็น

ผู้เขียนมีอาการปวดกล้ามเนื้อที่น่องค่อนข้างบ่อย จึงได้พยายามหาข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถือได้ถึงสาเหตุของความน่ารำคาญนี้ แต่ก็หาคำตอบที่ชัดเจนไม่ได้ เพราะผู้ที่น่าจะรู้ส่วนใหญ่มักอธิบายกว้างครอบจักรวาฬ ตรงกับอาการบ้างไม่ตรงบ้าง จึงเข้าใจเอาเองในขั้นต้นว่า คงเป็นไปตามอายุที่เพิ่มขึ้น ชิ้นส่วนของร่างกายย่อมเสื่อมสภาพไปบ้าง แต่ปรากฏว่ามีเด็กหนุ่มสาวอายุราว 20 ปี บ่นว่ามีอาการเช่นกันในเว็บ pantip ดังนั้นจึงพอคลายกังวลได้บ้างว่า ไม่ใช่เฉพาะ สว. อย่างผู้เขียนเท่านั้นที่เป็น ที่น่าสนใจคือ อาการปวดนี้มักหายไประหว่างการออกกำลังกาย แล้วกลับมาใหม่หนักเบาไม่เท่ากันไร้ความแน่นอน อาการปวดกล้ามเนื้อนี้ผู้เขียนสังเกตว่า เกิดขึ้นหลังเริ่มกินยาเพื่อปรับความดันโลหิต ดังนั้นจึงเข้าใจและยอมรับว่า อาการดังกล่าวนั้นอาจจะเป็นผลข้างเคียงของการใช้ยาปรับความดันชนิดที่มีผลต่อการทำงานของแคลเซียมที่กล้ามเนื้อ จึงเพิ่มการกินอาหารที่มีแร่ธาตุมากขึ้น อีกทั้งระยะหลังนี้ได้ลองกินแร่ธาตุเสริมคือ แคลเซียมและแมกนีเซียมในลักษณะผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (ที่ได้รับแจกฟรีในการประชุมวิชาการ) ซึ่งก็ดีขึ้นบ้างเป็นพัก ๆ ยังสรุปไม่ได้นัก นอกจากแร่ธาตุแล้ว ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอีกชนิดหนึ่งที่มีผู้แนะนำและหยิบยื่นให้ลองกินฟรีดู โดยใช้พื้นความรู้ว่า ตะคริวนั้นอาจเกิดเนื่องจากการออกกำลังกายของผู้เขียนที่อาจมากเกินวัย จนกล้ามเนื้อขาดพลังงานได้ สินค้านั้นคือ โคคิวเท็น (coenzyme Q10) โคคิวเท็นเป็นสารชีวเคมีที่ผู้เขียนไม่ค่อยศรัทธาว่ากินแล้วจะก่อผลอะไรต่อร่างกาย เพราะเมื่อลองค้นข้อมูลงานวิจัยและจากตำราที่เคยเรียนได้ก่อให้เกิดความสงสัยมากว่า โคคิวเท็นที่กินเข้าไปนั้นสามารถเข้าไปสู่เซลล์ต่าง ๆ ของร่างกายเพื่อทำงานได้จริงหรือไม่ โคคิวเท็นนั้นเป็นสารชีวเคมีที่ร่างกายเราสร้างขึ้นมาใช้ได้เองจากองค์ประกอบต่าง ๆ ในอาหารที่ร่างกายดูดซึมเข้าไป จึงไม่น่าเรียกว่า วิตามิน (แต่ถ้าอ้างว่าวิตามินดีนั้นร่างกายมนุษย์ก็สร้างได้เอง หลายคนจึงพยายามจัดให้โคคิวเท็นเป็นวิตามิน ซึ่งผู้เขียนก็ไม่ขัดใจ ว่ากันไปตามสะดวกก็แล้วกัน) โดยหน้าที่หลักของโคคิวเท็นคือ […]

Read More
นิเวศในเมือง
read

บทเรียนจากดัตช์และเดน

เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมาฉันไปเยี่ยมเพื่อนที่เนเธอร์แลนด์ เดบบี้เป็นเพื่อนสนิทคนแรกเมื่อฉันไปเรียนที่อังกฤษนานนมเนมาแล้ว เธอเป็นเชื้อชาติอังกฤษสัญชาติสวิส และย้ายไปอยู่เมืองฮาเล็มใกล้ๆ อัมสเตอร์ดัมเมื่อสองปีก่อน หลังจากพบว่าตัวเองเป็นมะเร็ง เธอบอกว่าเธออยากอยู่ที่ที่เธอทำงานหาเงินได้ มีสังคมที่อยู่ได้อย่างสบายใจ มีคุณภาพชีวิต เมืองสวย ปั่นจักรยานเข้าถึงธรรมชาติได้ง่ายๆ แล้วเธอก็พบว่ามันเป็นการตัดสินใจที่ดีเกินคาด เพราะชาวดัตช์ได้สอนให้เธอเรียนรู้ที่จะรักตัวเองอย่างแท้จริง เดบบี้เล่าให้ฟังว่า ครั้งหนึ่งในกลุ่มสนทนาที่เธอต้องจัดเป็นประจำ คุยถึงกิจกรรมที่จะทำร่วมกัน แทบทุกคนเห็นพ้องกับไอเดียหนึ่ง แต่ผู้หญิงคนหนึ่งยืนยันไม่เอา ยังไงๆ ก็ไม่เอา ไม่ชอบ จึงปรับไอเดียกันจนหาฉันทามติได้ในที่สุด เป็นกิจกรรมที่คล้ายกับไอเดียแรก แต่เปลี่ยนมุม ซึ่งทุกคนแฮปปี้ เดบบี้รู้สึกทึ่งมาก เธอเป็นคนอังกฤษ ขี้เกรงใจ เธอถูกสอนให้คล้อยตามเสียงส่วนใหญ่ แทนยืนยันความต้องการของตัวเอง ทำเช่นนั้นมานานตั้งแต่เด็ก จนบ่อยครั้งไม่รู้ความต้องการของตัวเอง ถ้ายกมือโหวตกันแล้วได้เสียงส่วนมาก ก็ยอมรับไปแต่โดยดี ไม่คิดจะพินิจว่าตัวเองรู้สึกอย่างไร แต่คนดัตช์สอนให้รู้ใจตัวเองกันแต่เด็ก ถ้าถามความเห็น ไม่มีตอบว่าอะไรก็ได้ ยังไงก็ได้ ไม่เป็นไร แล้วแต่คุณ เขาพูดจากันตรงๆ จนบางครั้งคนจากวัฒนธรรมอื่นจะรู้สึกว่าไม่รักษามารยาท รู้ความต้องการของตัวเอง แต่ก็ฟังความต้องการของผู้อื่น เรื่องของเดบบี้ทำให้ฉันคิดถึงความประทับใจต่อชาวเดนมาร์กเมื่อ 20 ปีก่อน ตอนนั้นมูลนิธิโลกสีเขียวเขียนโครงการนักสืบสายน้ำขอทุนรัฐบาลเดนมาร์ก ทางแหล่งทุนสนใจจึงอยากให้ไปพบปะกับกลุ่มต่างๆ ที่เดนมาร์กเผื่อจะหาความร่วมมือ ช่วงนั้นเดนมาร์กกำลังเริ่มฟื้นฟูกายภาพแหล่งน้ำ แม่น้ำที่เคยถูกขุดให้ตรงเพื่อระบายน้ำเร็วๆ ก็ขุดให้คดเคี้ยวใหม่ตามเดิม ฟื้นฟูแก่ง […]

Read More