เจ็ดสิบหก-หกสิบเจ็ด เลขชี้ชะตามาบตาพุด

เรื่อง    กุลธิดา สามะพุทธิ / บางกอกโพสต์
 


นับตั้งแต่ปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา 76 และ 67 กลายเป็นตัวเลขยอดฮิตในหมู่นักข่าวสิ่งแวดล้อม และอาจจะรวมถึงนักข่าวสายอุตสาหกรรมด้วย  เมื่อศาลปกครองกลางมีคำสั่งบรรเทาทุกข์ชั่วคราวก่อนการพิพากษาคดี ให้ระงับโครงการอุตสาหกรรมรวมทั้งสิ้น 76 โครงการเพื่อคุ้มครองชุมชนมาบตาพุด จ.ระยอง

สำหรับสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนและประชาชนชาวมาบตาพุดทั้ง 43 รายที่ยื่นฟ้องหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ของรัฐในข้อหา “ร่วมกันออกคำสั่งโดยไม่ถูกต้องตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ ตลอดจนละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ โดยเฉพาะตามมาตรา 67 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550” คำสั่งบรรเทาทุกข์ชั่วคราวนี้เป็นเหมือนความหวังเล็กๆ ที่สร้างกำลังใจในการต่อสู้กับผู้ก่อมลพิษให้มิใช่น้อย

แม้จะยังไม่อาจเรียกได้ว่าเป็นชัยชนะได้เต็มปาก เนื่องจากคำสั่งนี้เป็นแค่ขั้นตอนหนึ่งของการพิจารณาคดี ทั้งยังต้องรอคำสั่งศาลปกครองว่าจะยกเลิกคำสั่งบรรเทาทุกข์ชั่วคราวตามที่ภาคอุตสาหกรรมอุทธรณ์หรือไม่  แต่การระงับโครงการลงทุนมูลค่านับแสนล้านบาท (ตามคำบอกเล่าของภาคอุตสาหกรรมและรัฐบาล) ก็สร้างความสั่นสะเทือนในหมู่นักลงทุนและรัฐบาลมิใช่น้อย

แต่ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งเดือน  ความหวังและความดีใจนั้นกลับกลายเป็นความสับสนอลหม่าน เมื่อรัฐบาลปฏิบัติการสายฟ้าแลบสั่งแก้ไขพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมพ.ศ.2535 เพื่อเปิดทางให้กับการตั้ง “องค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อม” โดยอ้างว่าเป็นการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 67

สาระสำคัญของมาตรา 67 ของรัฐธรรมนูญ ก็คือ กำหนดให้โครงการที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรงทั้งทางด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพ ต้อง (1) จัดทำรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA)  (2) จัดทำรายงานผลกระทบด้านสุขภาพ (HIA) และ (3) ให้องค์การอิสระซึ่งประกอบด้วยผู้แทนองค์การเอกชนด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ และผู้แทนสถาบันอุดมศึกษาให้ความเห็นประกอบก่อนดำเนินโครงการ

เรื่อง EIA กับ HIA นั้น ไม่ค่อยไม่น่าห่วงเท่าไหร่ เพราะระเบียบว่าด้วยการพิจารณา EIA นั้นมีอยู่แล้ว ส่วนเรื่อง HIA นั้น คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติก็ได้ร่างระเบียบไว้เรียบร้อยและประกาศใช้ไปแล้วเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2552 เหลือแต่ “องค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อม” เท่านั้นที่ยังเป็นปัญหา

เพื่อจัดการกับปัญหาเรื่ององค์การอิสระฯ นี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีจึงได้จับเข่าหารือกับภาคเอกชน และคณะกรรมการกฤษฎีกาซึ่งเป็นที่ปรึกษาด้านกฎหมายของรัฐบาล จนได้ข้อสรุปออกมาว่าจะแก้พ.ร.บ.สิ่งแวดล้อม 2535 เพื่อวางแนวทางการขอความเห็นจากองค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อม

หลายคนอาจจะเผลอชมรัฐบาลอภิสิทธิ์ ที่คิดเร็ว ทำเร็ว ทำให้องค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อมที่ภาคประชาชนเรียกร้องมานานเกิดเป็นจริงขึ้นมา  และอาจเผลอคิดไปว่านี่คือ ชัยชนะที่ขั้นหนึ่งของชาวบ้านมาบตาพุด แต่เมื่ออ่านร่างแก้ไขพ.ร.บ.สิ่งแวดล้อม ซึ่งคณะรัฐมนตรีอนุมัติให้ความเห็นชอบไปเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2552 แล้วจะรู้ได้ทันทีว่ากำลังมีความไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้นแล้ว

“นี่ไม่ใช่องค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อมในแบบที่เราต้องการ” ศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน หนึ่งในผู้ฟ้องคดีมาบตาพุดต่อศาลปกครองกล่าว “การแก้ไขพ.ร.บ.สิ่งแวดล้อมจะไม่ช่วยแก้ไขปัญหามาบตาพุด แต่จะยิ่งทำให้ความขัดแย้งบานปลายออกไป”

ศรีสุวรรณได้เขียนบทความเรื่อง “ร่างแก้ไขกฎหมายสิ่งแวดล้อม 2535 สุ่มเสี่ยงเลี่ยงรัฐธรรมนูญ” โดยชี้ให้ “ความผิด 7 ประการ” ของร่างแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ ได้แก่
1)    ผิด-เพราะคณะกรรมการกฤษฎีกาดำเนินการยกร่างแก้ไขกฎหมายแบบงุบงิบปิดลับ ไม่เปิดโอกาสให้ประชาชนหรือผู้มีส่วนได้เสียมีส่วนในการแสดงความคิดเห็น
2)    ผิด-เพราะให้อำนาจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในการออกกฎเกณฑ์การประเมินผลกระทบต่อสุขภาพเป็นการก้าวล่วงต่ออำนาจของคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขซึ่งมีอำนาจในการประกาศหรือกำหนดกฎเกณฑ์ดังกล่าว
3)    ผิด-เพราะกำหนดให้ EIA และ HIA อยู่ในรายงานฉบับเดียวกันทั้งๆ ที่ทั้ง 2 เรื่องนี้อยู่ภายใต้กฎหมายคนละฉบับ (EIA อยู่ภายใต้พ.ร.บ.สิ่งแวดล้อม 2535, HIA อยู่ภายใต้พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ 2550)
4)    ผิด-เพราะบังคับให้องค์การอิสระพิจารณาให้ความเห็นต่อ EIA และ HIA ให้แล้วเสร็จภายใน 90 วันนับแต่วันที่ได้รับรายงานฯ ถ้าล่าช้ากว่านั้น ให้ถือว่าให้ความเห็นชอบแล้ว
5)    ผิด-เพราะให้อำนาจในการตัดสินใจทั้งหมดกับคณะกรรมการผู้ชำนาญการ (คชก.) ซึ่งส่วนมากมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับนักการเมืองและหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องกับการอนุมัติโครงการ แม้ว่าองค์การอิสระฯ จะไม่เห็นด้วยกับโครงการแต่ก็ให้ความเห็นของ คชก.เป็นที่สุด
6)    ผิด-เพราะกำหนดให้องค์การอิสระฯ เป็นนิติบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่ประกอบด้วยเอ็นจีโอด้านสิ่งแวดล้อม/สุขภาพ และผู้แทนสถาบันอุดมศึกษาที่จัดการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อม/สุขภาพอยู่ด้วยจึงจะมีสิทธิมาจดทะเบียนเป็นองค์การอิสระฯ ต่อกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งมีหน่วยงานน้อยแห่งที่จะมีองค์ประกอบครบตามนี้ นับว่าเป็นการปิดกั้นหน่วยงานที่มีศักยภาพในการให้ความคิดเห็น
7)    ผิด-เพราะให้อำนาจสำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (สผ.) แต่งตั้งองค์การอิสระฯ ขึ้นมาทำหน้าที่ไปพลางก่อนๆ ก่อนในระหว่างที่ยังไม่มีองค์การอิสระฯ ตามกฎหมาย ซึ่งเป็นการให้อำนาจกับรัฐโดยไม่เปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเข้ามามีส่วนร่วม  

จากความผิดทั้ง 7 ประการนี้ ศรีสุวรรณได้ข้อสรุปว่า “ความลุกลี้ลุกลนของรัฐบาลต่อการแก้ไขปัญหามาตรา 67 ของรัฐธรรมนูญ กำลังจะกลายเป็นลิงแก้แห ในภูเขาวงกตที่นับวันจะก่อให้เกิดความยุ่งเหยิง ความขัดแย้ง จนไม่สามารถหาทางออกได้ ในที่สุดจะติดวกวนอยู่กับกับดักที่ตนเองสร้างขึ้นมา อย่างหลีกเลี่ยงไม่พ้น” 

สุรชัย ตรงงาม ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายสิ่งแวดล้อม จากสำนักงานนิติธรรมสิ่งแวดล้อม เห็นด้วยว่าการแก้พ.ร.บ.สิ่งแวดล้อม 2535 ไม่ใช่การแก้ปัญหา สิ่งที่รัฐบาลควรดำเนินการ คือ หยิบเอา ร่างพระราชบัญญัติองค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ พ.ศ....มาพิจารณาและผลักดันเข้าสู่สภาฯ ต่อไป

ภาคประชาชน นักวิชาการ องค์กรพัฒนาเอกชน และนักกฎหมายได้ระดมกันร่างกฎหมายฉบับนี้ขึ้นเพื่อเป็นกฎหมายลูกรองรับมาตรา 67 ของรัฐธรรมนูญ โดยกระบวนการร่างกฎหมายได้เปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วมอย่างแท้จริง  และได้นำเสนอให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตั้งแต่เมื่อเดือนกันยายน 2551 แล้ว

“ผมไม่เข้าใจว่าทำไม กระทรวงทรัพย์ฯ ไม่ผลักดันร่างกฎหมายฉบับนี้ให้รัฐบาลพิจารณา แทนที่จะปล่อยให้รัฐบาลหยิบร่างแก้ไขพ.ร.บ.สิ่งแวดล้อม 2535 ของคณะกรรมการกฤษฎีกามาใช้” สุรชัยตั้งคำถาม

นับจากวันที่ศาลปกครองมีคำสั่งให้รัฐบาลประกาศให้รัฐบาลประกาศเขตเทศบาลเมืองมาบตาพุด และอีก 4 ตำบลในอำเภอเมืองและอำเภอบ้านฉาง เป็นเขตควบคุมมลพิษ เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2552 ซึ่งรัฐบาลไม่ได้อุทธรณ์คำสั่งศาลปกครองและประกาศเขตควบคุมมลพิษเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2552 จนมาถึงวันที่ศาลสั่งบรรเทาทุกข์ชั่วคราวให้ระงับ 76 โครงการ  นักสู้แห่งมาบตาพุดต้องผ่านทั้งความสมหวังและผิดหวังมามากมาย

และปัญหาว่าด้วยมาตรา 67 และองค์การอิสระฯ ที่บัญญัติอยู่ในร่างแก้ไขพ.ร.บ.สิ่งแวดล้อม 2535 นับเป็นอีกความท้าทายหนึ่งที่เขาและเธอต้องเผชิญ
 

 

creative-commonsแสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ประเทศไทย