“ครอบครัวนกแสก” ที่อาจหายไปในวันคุ้มครองสัตว์ป่า
วันที่ 26 ธันวาคมของทุกปี ถูกกำหนดให้เป็นวันคุ้มครองสัตว์ป่าแห่งชาติ
ปีนี้มีการเปิดเผยข้อมูลที่น่าเศร้าใจเกี่ยวกับปัญหาการลักลอบค้าขายสัตว์ป่าที่ถูกจับมาสังเวยความวิปริตของมนุษย์ ที่ถือเป็นภัยคุกคามอันดับต้น
รอบปีนี้มีการจับกุมการค้าสัตว์ป่าตามด่านต่างๆทั่วประเทศได้มากกว่า 399 คดี
มีผู้ต้องหา 469 คน สัตว์มีชีวิต 6,661 ตัว
และซากสัตว์ป่าจำนวน 1,481 ชิ้น จำนวน 850 กิโลกรัม
จตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช บอกว่า สถานการณ์สัตว์ป่าของไทย ถือว่าน่าเป็นห่วงมาก โดยภัยคุกคามสำคัญคือการล่าสัตว์ป่าเพื่อบริโภค และล่าเพื่อนำไปจำหน่ายให้กลุ่มนายทุนยังมีอยู่หลายพื้นที่ของประเทศ โดยสัตว์ที่ยังนิยมส่งออกไปต่างประเทศ คือ ตัวนิ่ม เต่า และนกต่างๆ ส่วนใหญ่ลำเลียงมาจากภาคใต้ของประเทศส่งมาที่ภาคอีสาน เพื่อที่จะนำไปยังต่างประเทศจีน
ในระหว่างที่กำลังแถลงข่าวเพื่อรณรงค์การจัดงานวันคุ้มครองสัตว์ป่าอยู่นั้น เพื่อนรุ่นน้องที่เป็นสัตวแพทย์ประจำศูนย์ประสานงานช่วยเหลือสัตว์ป่า มากระ ซิบว่า มีนกแสก 7 ตัวถูกกาวดักจับหนู อาการสาหัส มีคนเอาทิ้งไว้ให้รักษา
เมื่อไปถึง สภาพของนกแสกขนาดใหญ่ ตัวพ่อและตัวแม่ถูกแยกอยู่คนละตะกร้า ส่วนลูกทั้ง 5 ตัวประ เมินว่าคงไม่เกิน 2 อาทิตย์ต่างส่งเสียงร้องตะเบ็งเซ็งแซ่ สภาพนกตัวหนึ่งซึ่งไม่สามารถบอกว่าเป็นตัวพ่อหรือตัวแม่ ตามลำตัวและขนของมันมีร่องรอยของกาวติดหนึบ ผิวหนังถลอก มีเลือดซึมออกมา และมันมีอาการหวาดผวา เห็นแล้วสะเทือนใจกับผู้พบเห็น
นส.พ.บุรฉัตร ตันประดิษฐ์ สัตวแพทย์ประจำกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช บอกว่า จากความเชื่อที่ผิดๆเรื่องที่นกแสกอาจเป็นทูตแห่งความตายและเป็นสิ่งไม่ดี ทำให้เจ้าของบ้านไม่อยากให้นกแสกครอบครัวนี้อยู่ในบ้าน แต่ก็ไม่รู้ว่าจะใช้วิธีไหน จึงได้นำกาวดักหนูใส่ถาดไปวางไว้บริเวณปากทางเข้ารังนก โดยอาศัยช่วงที่พ่อแม่นกออกไปหาอาหารมาป้อนลูกในตอนกลางคืน กระทั่งรุ่งเช้า พ่อแม่นกกลับมาก็ถูกกาวดักหนูติดอยู่ ทำให้นกตัวหนึ่งอาการสาหัสมาก มีความหวังว่าจะรอดแค่ 50% เท่านั้น เพราะมีบาดแผลถลอกขนาดใหญ่ และมีกาวติดตามขนไปทั่ว คาดว่าเป็นเพราะมันคงดิ้นรนจนทำให้กากดักหนูลามไปทั่วตัว
สัตวแพทย์ ฝากบอกว่า หากมีปัญหาเกี่ยวกับสัตว์ป่า ขอให้ปรึกษามาที่กรมอุทยานฯ ได้ เพราะบางทีอาจจะทำร้ายสัตว์ป่าด้วยความไม่ตั้งใจ จนทำให้สัตว์ได้รับบาดเจ็บ และอาจจะตายได้
กรณีของนกแสกครอบครัวนี้ อาจจะสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อของคนไทยจำนวนมากที่ยังมีความเข้าใจนกแสกในมุมมองที่ผิดๆ ทั้งที่ข้อเท็จจริงแล้ว นกแสกเป็นนกกลางคืน การที่มันเข้ามาอาศัยใกล้มนุษย์แสดงว่ามีแหล่งอาหารของ นกแสก เพราะอาหารของนกแสกก็คือหนูและแมลงกลางคืน
แม้นกแสกจะดูหน้าตาน่ากลัวสำหรับใครหลายคน แต่ในสายตาของกลุ่มอนุรักษ์นกแล้ว นกแสกเป็นนกที่หน้าตาน่ารัก หากมันยังมีอยู่ แปลว่าระบบนิเวศน์ยังดีอยู่ ที่สำคัญมันยังเป็นนกที่ช่วยในการจับหนูและแมลงที่ทำลายพืชผล แต่หากคนไทยจำนวนไม่น้อย ยังมองนกแสกแบบผิดๆ วันคุ้มครองสัตว์ป่าปีนี้ คงต้องลุ้นว่าครอบครัวทั้ง 7 ของนกแสกจะกลับไปใช้ชีวิตในป่าได้เหมือนเดิมหรือไม่
