อนุฯ สว. ลงพื้นที่ ‘ฟังชาวบ้าน พบปัญหาการทำเหมืองทอง’ อัครา
เรื่อง โสธิดา นุราช สำนักข่าวประชาธรรมจังหวัดพิจิตร
27 - 28 กุมภาพันธ์ 2553 คณะอนุกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา ได้ลงมาตรวจพื้นที่ซึ่งได้รับผลระทบจากเหมืองทองคำอัคราเป็นครั้งที่สองนับจากมีเรื่องร้องเรียนจากชาวบ้านเขาหม้อ หมู่ 9 ต.เขาเจ็ดลูก อ.ทับคล้อ จ.พิจิตร ซึ่งครั้งแรกได้ลงตรวจพื้นที่แล้วเมื่อวันที่ 17-18 มีนาคม 2552 ที่ผ่านมา โดยมีศาสตราภิชาน วิระ มาวิจักขณ์ ประธานอนุกรรมาธิการฯ นำทีมพร้อมคณะอีก 5 คน
วันแรก อนุกรรมาธิการและชาวบ้านซึ่งได้รับผลกระทบรอบบริเวณเหมืองได้เข้าตรวจสภาพพื้นที่ภายในเหมืองร่วมกันพร้อมทั้งเจ้าหน้าที่จากบริษัท อัครา ไมนิ่ง จำกัด สำรวจทั่วบริเวณของโครงการชาตรีและชาตรีเหนือ โดยเฉพาะบ่อเหมืองบนเขาหม้อซึ่งกำลังดำเนินกิจกรรมอันก่อให้เกิดผลกระทบต่อชาวบ้านบริเวณใกล้เคียงโครงการ คือ บ้านเขาหม้อ หมู่ 9 ต.เขาเจ็ดลูก อ.ทับคล้อ จ.พิจิตร บ้านดงหลง หมู่ 8 บ้านหนองแสง หมู่ 10 ต.ท้ายดง อ.วังโป่ง จ.เพชรบูรณ์ บ้านใหม่คลองตาลัด หมู่ 6 บ้านเขาขาม หมู่ 1 ต.วังโพรง อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก ในเรื่องฝุ่น เสียง และน้ำกิน-น้ำใช้ และบ่อทิ้งกากแร่หรือบ่อไซยาไนด์ ซึ่งปัจจุบันได้ยกระดับสูงกว่าพื้นดินประมาณ 20 เมตร
ทั้งยังมีการประชุมหารือกับหน่วยงานราชการของรัฐ คือ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร นายยุทธนา วิริยะกิตติ, สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดพิจิตร นายอนันต์ พรหมดนตรี, สำนักงานอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่จังหวัดพิจิตร นางประภา ทองตัน, นายอำเภอทับคล้อ นายประวิทย์ ประวัติเมือง, และตัวแทนจากบริษัท อัครา ไมนิ่ง จำกัด ซึ่งทางอนุกรรมาธิการฯ ได้ชี้แนะแนวทางการปฏิบัติเพื่อป้องกันและฟื้นฟูผลกระทบจากการกระทำของเหมืองทองอัครา คือ ให้ทางจังหวัดพิจิตรรับเรื่องไปตรวจสอบหาสาเหตุของอาการเจ็บป่วย การเกิดผดผื่นคันของชาวบ้านในพื้นที่ พร้อมทั้งเห็นควรให้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อติดตามและตรวจสอบ EIA โดยให้ชาวบ้านมีส่วนร่วมเป็นกรรมการด้วย และจัดให้มีการประชุมติดตามตรวจสอบการทำเหมืองตามมาตรการที่ระบุไว้ใน EIA ทุกเดือน
ส่วนปัญหาในด้านเทคนิค อาจารย์เรืองศักดิ์ วัชรพงศ์ อนุกรรมาธิการฯ ซึ่งอดีตเป็นวิศวกรเหมืองแร่มีความเห็นว่า ปัญหาด้านเทคนิคเหล่านี้สามารถ เปลี่ยนแปลงแก้ไขได้ ดังนี้
1. เขตปลอดภัยในการระเบิด เดิมกำหนดไว้ 230 เมตร ขอให้เปลี่ยนเป็น 400 เมตรจากจุดระเบิด
2. การขนส่งแร่สามารถปรับเปลี่ยนได้ การขนส่งแยกเป็นสองอย่าง มีขนส่งแร่เข้าสกัดทองและขนส่งมูลดิน ในส่วนของการขนส่งแร่สกัดทอง อยากจะให้ไปศึกษาในระยะยาวที่จะสร้างสายพานลำเลียงส่งแร่จากบ่อแร่มายังโรงงาน ส่วนการขนหินทิ้ง ก็ให้ใช้เครนในการเคลื่อนย้ายจากบนภูเขาลงมาเลย มันจะช่วยลดปัญหาฝุ่นและเสียงได้มาก
3.Buffer Zone สมควรให้คงเป็นพื้นที่สีเขียว green area มันจะเป็นกำแพงธรรมชาติช่วยลดเสียงดังจากเครื่องจักรได้ ลองไปเปลี่ยนแบบผังบ่อเหมืองดูจะช่วยลดปัญหาได้ ทำให้มันแคบลงได้
4.ควรทำทางระบายน้ำรอบพื้นที่และให้ไหลรวมลงในบ่อเดียวกันจะดีมาก ในหน้าแล้งยังปล่อยให้ชาวบ้านได้ใช้อีกด้วย แต่ต้องมีการบำบัดก่อน ซึ่งช่วยลดปัญหาการแย่งน้ำได้
5.ลองลดจำนวนวัตถุระเบิดดู จาก 70 ฟุต เหลือ 50 ฟุต และหลุมระเบิดจาก 200 หลุม เหลือสัก 150 หลุม ก็จะลดเสียงระเบิดได้
”ส่วนผังโครงการที่ติดบ้านใหม่คลองตาลัด 100 เมตร บ้านเขาหม้อ 400 เมตร หนองระมาน 300 เมตร ถ้าผมเป็นคนในพื้นที่ผมก็คงไม่ยอมเหมือนกัน ปล่อยให้หมู่บ้านติดกับเขตเหมืองได้อย่างไร” อาจารย์เรืองศักดิ์กล่าว
วันที่สองเป็นการรับฟังปัญหาของชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากการทำเหมืองโดยรอบพื้นที่โครงการ ณ ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลเขาเจ็ดลูก อ.ทับคล้อ จ.พิจิตร มีชาวบ้านมาร่วมกว่า 50 คน และสำรวจพื้นที่หมู่บ้านโดยรอบ ซึ่งมีปัญหาร้องเรียนจากชาวบ้านมากมาย
นางสื่อกัญญา ธีระชาติดำรง ชาวบ้านหมู่ 9 บ้านเขาหม้อ ต.เขาเจ็ดลูก อ.ทับคล้อ จ.พิจิตร ได้กล่าวถึงปัญหา “ปัญหาเรื่องฝุ่น เสียง ชาวบ้านนั้นมีเอกสารจากทางหน่วยงานราชการว่าเสียงและฝุ่นนั้น ‘เกินมาตรฐาน’ แต่ยังไม่ได้รับการแก้ไข น้ำการเกษตรซึ่งมีทั้งปัญหาคันดินกั้นการไหลของน้ำจากบริเวณเขาหม้อลงสู่นาข้าวซึ่งลาดเอียงจากเขา และน้ำบาดาลซึ่งเริ่มจะแห้ง ทางสาธารณะประโยชน์ซึ่งยังถกเถียงกันคือยังไม่ได้รับอนุญาตจากหน่วยงานราชการ แต่ทางกลับถูกเหมืองปิด การขยายโรงงานซึ่งเห็นว่าปัญหาเดิมยังไม่ยุติ ยังไม่ได้แก้ไข แต่กลับจะ มาสร้างปัญหาใหม่”
นายธงชัย ธีระชาติดำรง ชาวบ้านหมู่ 9 บ้านเขาหม้อ ต.เขาเจ็ดลูก อ.ทับคล้อ จ.พิจิตร ได้เล่าถึงปัญหาว่า “ที่ดินของผมอยู่ติดขอบประทานบัตร ปีที่แล้วทำนาไม่ได้ผลผลิต มันสำปะหลังจะไม่ค่อยได้ผล หัวมีขนาดเล็ก เนื่องจากไม่มีน้ำ”
นางยุภา รัตนภักดี ชาวบ้านหมู่ 9 บ้านเขาหม้อ ต.เขาเจ็ดลูก อ.ทับคล้อ จ.พิจิตร กล่าวว่า “ที่ดินของ ดิฉันอยู่ในเขตประทานบัตร ซึ่งมีข้อโต้แย้งกัน เนื่องด้วยว่าบริษัทอ้างว่าที่ดินผืนนี้เป็นพื้นที่ป่าไม้ได้ขออนุญาตจาก ป่าไม้แล้ว แต่ดิฉันได้ทำกินในที่นี้มาตั้งแต่รุ่นพ่อและได้เสียภาษี ภทบ.5”
นายปรีชา แสนจันทร์ ชาวบ้านหมู่ 6 บ้านใหม่คลองตาลัด ต.วังโพรง อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก กล่าวว่า “ปัญหา ฝุ่นและเสียงเป็นเรื่องที่ชัดเจนมาก พยายามจะตกลงกันให้หยุดทำงานในเวลากลางคืน แต่ก็ไม่เป็นผล น้ำฝน ปกติเมื่อฝนตกน้ำจะไหลจากเขาหม้อลงสู่คลองล่องหอย ซึ่งเป็นแหล่งรองรับน้ำตามธรรมชาติ ทั้งการกักน้ำไว้ของเหมืองโดยอ้างว่าชาวบ้านกลัวว่าน้ำซึ่งไหลออกมานั้นมีสารปนเปื้อน เห็นว่าเป็นวิธีการแก้ไขที่ไม่ถูกต้อง แต่จะต้องบำบัดน้ำเสียก่อนแล้วปล่อยสู่คลองล่องหอย ส่วนน้ำบาดาลเดิมลึกประมาณ 4-5 วา แต่ปัจจุบันใช้เครื่องเจาะเล็กก็ไม่มีน้ำแล้ว จะต้องเจาะในระดับที่ลึกมากขึ้น และเรื่องการซื้อที่ดินของบริษัทอัครา ซึ่งไม่ซื้อที่ดินในบริเวณนี้เพราะเห็นว่า ‘ชาวบ้านเรียกร้องมากเกินไป’ แต่ถ้าเทียบกับความอุดมสมบูรณ์จากธรรมชาตินั้นมันจะคุ้มค่าหรือไม่ เพราะถ้าจะไปหาที่อยู่ใหม่ ไม่ใช่ชาวบ้านได้แค่ค่าที่ดินและค่ารื้อถอน จะต้องได้ทุนในการเริ่มทำกินใหม่ต่อไปอีกด้วย”
นายสมศักดิ์ บุญธรรม ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 8 บ้านดงหลง ต.ท้ายดง อ.วังโป่ง จ.เพชรบูรณ์ สะท้อนปัญหาด้วยเช่นกันว่า “น้ำบาดาลแห้งเร็วว่าปกติ ปีกลายแห้งประมาณเดือนเมษายน แต่ปีนี้กุมภาก็เริ่มแห้งแล้ว น้ำบาดาลระดับความลึก ที่ 10 เมตรลงไปเริ่มขาดแคลน จากเดิมสามารถสูบนำมาใช้ได้ตลอด แต่ปัจจุบันสูบได้สักพักต้องหยุดแล้วปล่อยให้น้ำไหลซึมเข้ามาแทนที่แล้วจึงจะสูบต่อได้”
จากปัญหาที่ชาวบ้านได้ร้องเรียนมาทั้งหมดนั้น ทางคณะอนุกรรมาธิการฯ สรุปปัญหาได้สองเรื่องคือ ปัญหาทางเทคนิคและสังคม ซึ่งแยกเป็นเรื่องย่อย คือ ฝุ่น เสียง น้ำกิน-น้ำใช้ และทางสาธารณะประโยชน์ ซึ่งเห็นว่าปัญหาทางเทคนิคในเรื่องฝุ่นและเสียงสามารถที่จะปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้นได้ และจะดำเนินการตรวจสอบในเรื่องคำสั่งให้หยุดทำงานในเวลากลางคืน ว่าตามกฎหมายนั้นสามารถทำได้หรือไม่ รวมทั้งจะทำขอเสนอในเรื่องการตรวจวัดฝุ่นและเสียงตลอดเวลา 24 ชั่วโมง พร้อมทั้งเรื่องระดับน้ำใต้ดินโดยรอบบริเวณ
