พูดเรื่องโลกร้อนทีไร เป็นต้องได้ยินเรื่องให้ใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติกทีนั้น เบื่อจัง

พูดเรื่องโลกร้อนทีไร เป็นต้องได้ยินเรื่องให้ใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติกทีนั้น

เบื่อจัง...ฟังแล้วก็ฟังอีก

                                                                                  จุ่น ฝั่งธนฯ

คุณจุ่นจ๊ะ

          มันคงไม่ใช่เรื่องของการใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติกเท่านั้นหรอกหนา...อย่าเพิ่งเบื่อ

          ที่จริง การ ลด ละ เลิก ใช้ถุงพลาสติกที่ดูเหมือนเล็กๆ นั้น มันสำคัญไม่ใช่เล่น

          ถุงพลาสติกสร้างปัญหาใหญ่ให้โลกตั้งแต่กระบวนการผลิตให้เกิดเป็นตัวมัน จนใช้เสร็จ และถูกทิ้ง

          ไม่ต้องไปค้นไปหาอ่านตำราจากไหนแต่หยิบเอาของใกล้มือมาตอบดีกว่า

          ไม่นานมานี้ กทม. พิมพ์แผ่นพับ หยุด ! เพิ่มความร้อนใส่กรุงเทพฯ มาเสียบอยู่หน้าบ้าน ใส่ใจหยิบมาอ่านซักหน่อยก็จะได้ความรู้ความเข้าใจไม่น้อย และโดยบังเอิญ มันตอบโจทย์คุณจุ่นได้ดีทีเดียว

          ใน “10 ปฏิบัติการช่วยกรุงเทพฯ ด้วยตัวคุณเอง นั้น มีเรื่อง ใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติก บรรจุรวมอยู่ด้วย พร้อมคำอธิบายสั้นกระชับว่า เพราะการผลิตถุงพลาสติกต้องใช้พลังงานและก่อให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เมื่อถุงพลาสติกถูกทิ้ง จะเป็นขยะกองใหญ่ที่ต้องใช้เวลาย่อยสลายนานถึง 500 ปี

          ได้เรื่องได้ราวเข้าใจง่ายดีไหม  ดูท่า กทม. อาจเคยได้ยินคำบ่นแบบเดียวกับของคุณจุ่นก็ได้นะ  เขาเลยมีบทขยายความเรื่องนี้เป็นพิเศษด้วยการตอบคำถาม ทำไมต้องใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติก ให้อีกหนึ่งหน้าเต็มๆ อ่านโดยสรุปได้ความว่า:

          ถุงพลาสติกผลิตจากเม็ดพลาสติกในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี จึงผลิตได้อย่างรวดเร็วในปริมาณมาก แถมต้นทุนก็ต่ำ

          อายุใช้งานสั้น  ใส่ของปั๊บ ถึงที่หมายแล้วก็ถูกทิ้งปุ๊บ

          ขยะถุงพลาสติกเก็บยาก จัดการลำบาก เพราะมันเป็นแผ่นบางๆ เลยมักจะปนๆ ไปกับขยะอื่นๆ หมักหมมอยู่ในสิ่งแวดล้อม ทำให้ดินเสื่อมโทรม น้ำเสีย

          จะเผาก็ไม่ได้เพราะทำให้เกิดสารประกอบไฮโดรคาร์บอนที่เป็นสารก่อมะเร็ง

          ขยะพลาสติกมากมายไปอุดอยู่ในทางระบายน้ำ ทำให้เกิดน้ำท่วมน้ำขัง และเกิดการเพาะพันธุ์แพร่กระจายของพาหะนำโรค ต้นเหตุให้เกิดการแพร่กระจายของโรคติดต่อต่างๆ

          และถ้าจะนึกไปให้ไกลกว่ากรุงเทพฯ เราทั้งหลายก็คงจะเคยได้ยินข่าววาฬ โลมา เต่า ฯลฯ ตายเกยตื้น ในท้องมีถุงพลาสติกกับขยะพลาสติกอัดแน่นเต็มไปหมด เพียงเพราะมันเข้าใจผิดว่าขยะพลาสติกเป็นอาหารกินได้

          ซึ่งในแผ่นพับก็สรุปไว้ว่า ประโยชน์เพียงเล็กน้อยในช่วงเวลาสั้นๆ ของถุงพลาสติกได้ทำให้เกิดโทษต่อระบบนิเวศและชีวิตของผู้คน (ตรงนี้ขอเติม และสัตว์ ด้วย) อย่างต่อเนื่อง กว้างขวาง และยาวนาน การใช้ถุงพลาสติกใส่มูลฝอยจะทำให้เกิดการแปรสภาพมูลฝอยในภาวะที่ขาดอากาศ เป็นผลให้เกิดก๊าซชีวภาพที่เป็นต้นเหตุของการเกิดภาวะเรือนกระจกและทำให้โลกร้อน

          ส่วนเรื่องที่ว่าถุงพลาสติกย่อยสลายใน 500 ปีน่ะ เอาเข้าจริงคงไม่มีใครรู้สักคนว่าพลาสติกจะย่อยสลายได้จริงอย่างที่ว่าหรือเปล่า ผู้ประดิษฐ์คิดค้นถุงพลาสติก ตลอดจนเราทุกคนที่กำลังอ่านเรื่องนี้ ก็คงไม่มีใครได้อยู่เห็นแน่ๆ

          แต่ที่แน่ๆ กัปตันเรือชาวอเมริกันคนหนึ่งยืนยันว่า พลาสติกที่ผลิตขึ้นมาในโลกนี้เมื่อ 50 ปีก่อนทุกชิ้นทุกอัน ยังอยู่ครบถ้วนดีในโลกนี้ ไม่ได้หายไปไหนเลย

          เขากล้าพูดเพราะบังเอิญพลัดหลงเดินเรือไปใน แผ่นขยะพลาสติกยักษ์ ที่ลอยอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิกที่ถูกลมหมุนดูดให้มาอยู่รวมกัน มีความกว้างเท่ารัฐเท็กซัสของสหรัฐอเมริกาและลึกลงไปใต้ผิวน้ำอีก 100 เมตร !

          กัปตันคนนั้นต้องพบกับภาพน่าสะพรึงของถ้วยและฝาขวดพลาสติก เศษแห บรรจุภัณฑ์ที่ทำจากโพลีสไทรีน ลูกโป่งใช้แล้ว แผ่นฟิล์มใสห่ออาหาร เศษถุงพลาสติก และขยะอื่นๆ อีกเป็นล้านๆ ตันได้ดี

          เขาคนนี้เองที่ต่อมาได้เริ่มทำวิจัยเรื่องขยะพลาสติกในทะเลอย่างจริงจังและค้นพบว่า ขยะพลาสติกที่ลอยอยู่ในมหาสมุทรมีปริมาณมากกว่าแพลงก์ตอนที่เป็นอาหารของสัตว์ทะเลถึง 6 เท่า

          ไม่ใช่แค่นั้น ขณะนี้พลาสติกรุ่นเก่าแก่ก็กำลังถูกกระบวนการในธรรมชาติกัดเซาะให้เป็นเม็ดกลมขนาดเล็กลงเรื่อยๆ จนส่องกล้องจุลทรรศน์ก็ยังแทบไม่เห็น  สัตว์ทะเลที่เล็กกว่าวาฬหรือเต่าอย่างแมงกะพรุนหรือหนอนตัวแบนกินเม็ดพลาสติกจิ๋วเหล่านี้เข้าไปในร่างกายเพราะคิดว่ามันเป็นไข่ปลาหรือไข่กุ้ง

          ถุงพลาสติกแค่ใบเดียว ไม่ว่าจะถุงร้อนหรือถุงก๊อบแก๊บ ก็มีอำนาจการทำลายชีวิตต่างๆ และระบบนิเวศเกินพอแล้วใช่ไหม

          ถึงอย่างนี้แล้ว แต่ละสัปดาห์ คนไทยก็ยังคงรับถุงพลาสติกกลับบ้านมากมายกว่า 100 ล้านถุง (= มากกว่า 5,000 ล้านถุงในแต่ละปี)

          เฮ้อ...เรื่องนี้ถุงพลาสติกก็เลยยังเป็นเรื่องให้พูดกันอยู่ไม่จบไม่สิ้น

          ส่วนที่เขาแนะนำให้ใช้ถุงผ้า ก็คงเป็นเพราะว่าผ้ามันย่อยสลายได้ ทนทาน ใช้ซ้ำไปได้เรื่อยๆ เปื้อนก็ซักให้สะอาด ฯลฯ นั่นเอง

          แต่เราจะใช้ถุงผ้าหรือพับถุงพลาสติกที่เคยรับมาแล้วใส่กระเป๋าไว้ใช้อีกน่ะ ก็คงเป็นอำเภอใจของเราเองใช่ไหม

          จะเป็นถุงผ้าหรือไม่ถุงผ้า อาจไม่สำคัญเท่าการมีแก่ใจมีถุงอีกใบไว้ในกระเป๋าให้พร้อมใช้ทุกเมื่อ เพื่อจะได้ไม่ต้องรับถุงพลาสติกเพิ่มขึ้นอีกใบหนึ่ง

          ที่สำคัญคือการที่เราหยิบถุงที่พับไว้ในกระเป๋าเราออกมาใช้ และใช้เป็นประจำสม่ำเสมอ

          เพราะว่าการรับหรือไม่รับถุงพลาสติกสักใบหนึ่งนี่ มันมีความหมายจริงๆ

 
                                                                                                    ป้าแตง

 

creative-commonsแสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ประเทศไทย