Tag : ก้อนทอง ลุร์ดซามี

นิเวศในเมือง
read

เด็กเมืองขี้เบื่อ

เด็กกับวัยรุ่นที่บ้านสองคนเติบโตในเมืองเเละมีห้วงเวลาที่แตกต่างจากผู้เขียนเหลือเกิน จนต้องมีการปรับจังหวะปรับความเข้าใจกันเป็นระยะๆ เพราะบางทีความคิดจากมุมของแม่ก็ไม่ได้ บรรยากาศไม่เอื้อ สถานการณ์ไม่ให้ หากปล่อยให้คิดจากมุมของลูกเพียงอย่างเดียวก็ไม่ไหว เลยต้องมีกติกาในบ้านมาช่วยดึงช่วยรั้งกันพอสมควร ถึงแม้ว่าลูกชายทั้งสองคนยังถือว่าอยู่ในโอวาทตามมาตรฐานของเพื่อนๆ ที่เคยมาที่บ้าน เพราะกติกาที่มีมาตั้งแต่ตอนยังตัวเล็กๆ ที่ว่าต้องขออนุญาตก่อนจะดูโทรทัศน์เเละตกลงช่วงเวลาที่สามารถอยู่หน้าจอ ซึ่งยังเป็นไปตามนั้นจนทุกวันนี้บางครั้งผู้เขียนก็ตั้งใจเป็นแม่ใจร้ายไม่ยอมให้อยู่หน้าจอเลยไล่ให้ออกไปเล่นนอกบ้านแทน นึกไปถึงตอนเป็นเด็กแม่ของผู้เขียนไม่เคยต้องมาคิดแทนว่าเวลานั้นเวลานี้ลูกทั้งสี่คนต้องทำอะไรบ้าง  การ “หาอะไรทำ” ขณะอยู่บ้านจึงถือว่าเป็นหน้าที่ของแต่ละคน เลือกเอาเองว่าจะทำการบ้าน (หากไม่ทำก็ไปโดนดุที่โรงเรียน) ช่วยงานบ้าน (หากไม่ช่วยก็ได้กินข้าวเย็นช้า) หรือจะเล่นจะดูทีวี (ถ้าเป็นวันหยุด) ก็เลือกทำแล้วแต่จังหวะ แล้วแต่โอกาส จำไม่ได้ว่าเคยพูดคำว่าเบื่อกับแม่ในบริบทเหล่านี้หรือเปล่า อาจจะมีก็ตอนที่ติดตามไปซื้อของใช้ตามตลาดแล้วเจอแบบคุยกับแม่ค้า 1 ชั่วโมง แต่ซื้อของจริงๆ 5 นาที  ส่วนเวลาที่ดื้อหรือซนเกินปกติ (ประเภทที่ขึ้นไปแอบบนหลังคาบ้านเวลาที่เล่นซ่อนหากับเด็กๆ แถวบ้าน) ก็จะถูกกักบริเวณไม่ให้ออกไปเล่นนอกบ้านอยู่หลายวัน แต่ก็นั่งทำตาละห้อยเวลาที่เห็นเพื่อนๆ เล่นอยู่นอกบ้านได้ไม่นานนัก เพราะในบ้านเองก็มีอะไรให้ทำอยู่หลายอย่าง (ใครที่คุ้นเคยกับกิจกรรมต่อไปนี้ ก็ให้รู้ว่าเรารุ่นเดียวกัน) นับตั้งแต่วาดเสื้อผ้าเพิ่มเติมให้ตุ๊กตากระดาษ สร้างบ้านจากผ้าห่มและหมอน หัดเล่นไพ่แบบต่างๆ เพื่อฝึกทักษะการคิดเลข เล่นขายของ ทำขนมครกไข่นกกระทาขาย (คุณตาผู้ให้ทุนตั้งร้าน) อ่านการ์ตูนเบบี้หนูจ๋า และอื่นๆ อีกมากมาย จนนึกไม่ออกว่ามีเวลาไหนตรงไหนให้เบื่อ แต่มาในวันนี้ เท่าที่เคยได้คุยกับบรรดาแม่ๆ ของเพื่อนลูก สิ่งหนึ่งที่พวกเราพบว่าเป็นเหมือนกันทุกบ้านก็คือการที่ลูกเดินเข้ามาหาแล้วบอกว่า […]

Read More
นิเวศในเมือง
read

ชีวิตแมงเม่า

อากาศของมาเลเซียตอนนี้ถือว่าอยู่ในช่วงของความเปลี่ยนแปลงก่อนที่หน้าร้อน (ตับแล่บ) จะมาเยือน ตอนเช้ามีลมเอื่อยๆ พัดมาให้ชื่นใจ พอตอนกลางวันก็จะมีแดดออกเปรี้ยงปร้าง และฝนตกกระหน่ำในตอนเย็นซึ่งทำให้นอนหลับสบาย จนอยากหยุดวันเวลาเหล่านี้เอาไว้ .. เอ่อไม่ได้จะโรแมนติกอะไรหรอกนะแต่หวั่นใจว่าความร้อนตลอดวันตลอดคืนที่กำลังจะมาเยือนมากกว่า เมื่อครั้งที่ย้ายมาอยู่ที่มาเลเซียรอบแรกเมื่อสิบห้าปีที่แล้วผู้เขียนจำได้ว่าช่วงที่ต้องเดินสายแนะนำตัวไปตามบ้านญาติพี่น้องและเพื่อนฝูงของสามีภาพของพัดลมเพดานที่ใบพัดหมุนสะบัดเอื่อยๆเป็นภาพที่สะดุดตามากที่สุดเพราะตอนเด็กๆเป็นคนที่กลัวพัดลมเพดานด้วยความที่เคยมีข่าวจนลือกันว่ามีพัดลมติดเพดานหล่นลงมาขณะใบพัดยังหมุนอยู่ขอข้ามรายละเอียดของผู้ที่นั่งอยู่ข้างล่างก็แล้วกันพอมาถึงที่นี่ก็เห็นตะขอสำหรับเกี่ยวพัดลมที่ติดตั้งอย่างแน่นหนาเป็นส่วนประกอบหนึ่งของโครงสร้างบ้านจึงได้เริ่มไว้ใจพัดลมเพดานที่นี่ กว่า 80 เปอร์เซนต์ของบ้านและอพาร์ทเมนท์ของญาติมิตรที่ไปหาเมื่อสิบห้าปีที่แล้วก็ไม่ค่อยมีใครติดเครื่องปรับอากาศกันเท่าไหร่ประตูหน้าต่างเปิดกว้างแบบไม่กลัวยุงพัดลมเพดานหมุนให้ความเย็นสบายให้ความรู้สึกเหมือนบ้านเเถวต่างจังหวัดเมื่อหลายสิบปีก่อนเวลาเดินออกมาจากบ้านก็ไม่รู้สึกต่างอะไรกับอากาศนอกบ้านไม่มีลมร้อนที่ออกมาจากเครื่องปรับอากาศทั้งของบ้านตัวเองและบ้านข้างๆมาเป่าใส่ให้ร้อนวูบวาบ มาตอนนี้ หลายบ้านลุกขึ้นมา “ปิด” บ้านให้มิดชิดขึ้นเพื่อความปลอดภัยเพราะการโจรกรรมตามบ้านเรือนมีจำนวนพุ่งสูงขึ้น แข่งกันกับจำนวนผู้ป่วยไข้เลือดออกและระดับการเจ็บป่วยที่มีความรุนแรงขึ้น กลายเป็นว่าปัญหาทางสังคม (การโจรกรรม) และปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (แหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายมีมากขึ้น ผู้ป่วยมีมากขึ้น) ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในครัวเรือนผ่านกระเป๋าสตางค์ของคนเมืองที่ต้องเสียเงินติดแอร์และจ่ายค่าไฟที่สูงขึ้นตามจำนวนการใช้เครื่องปรับอากาศ บรรยากาศที่เคยพบเมื่อตอนนั้น จึงกลายเป็นของหายากขึ้นไปทุกวัน เกือบทุกหลัง ต่อเติมและขยายพื้นที่ครัวออกมาเต็มพื้นที่ว่าง อากาศภายในจึงอบอ้าวเพราะทางลมไม่สะดวกโล่งเหมือนที่เขาออกแบบมาให้ พื้นที่หลังบ้านจึงได้เปลี่ยนไปเป็นพื้นที่สำหรับตั้งเครื่องเป่าลมร้อนจากเครื่องปรับอากาศออกจากบ้าน  แต่บ้านที่ผู้เขียนอยู่ ยังคงเป็นบ้านแบบมาตราฐาน ไม่ได้ก่ออิฐเป็นกำแพงด้านหลังเพื่อให้ “ครัวไทย” หายใจได้สะดวก ควันที่โชยขึ้นมาจากกระทะหรือพวยพุ่งออกมาจากหม้อต้มแกงต่างๆ มีทางออกได้ง่าย ไม่กลับมาคละคลุ้งอยู่ในบ้าน แต่วันไหนที่อากาศร้อนๆ และมีลมร้อนเป่าจากเครื่องปรับอากาศของเพื่อนบ้านมาช่วยเสริมกำลังก็ทำให้ยิ่งร้อนเพิ่มขึ้น ด้วยเหตุนี้ผู้เขียนจึงได้เข้าซาวน่าฟรีที่บ้านอยู่บ่อยครั้ง แค่ออกมาทำกับข้าวตอนเพื่อนบ้านเปิดแอร์เท่านั้นเอง เมื่อปิดหลังบ้านทึบ ก็เป็นเหตุให้ต้องเปิดไฟตลอดเวลาที่ใช้ห้องครัว รวมทั้งมีอุปกรณ์ทำครัวที่ลดควันไฟเหล่านั้นด้วย ซึ่งก็ล้วนแล้วแต่เป็นอุปกรณ์ที่ต้องใช้ไฟฟ้า อย่าให้ต้องนับเลย ว่ามีเครื่องใช้กินไฟเพิ่มขึ้นอีกกี่ชิ้นจากครัวพื้นบ้านปกติ บางทีจึงรู้สึกว่า ชีวิตคนเมืองนี่คล้ายๆ แมงเม่า วนเวียนอยู่ตรงที่มีไฟเพื่อความจำเป็นและความสะดวกในกิจกรรมประจำวัน หากจะเลือกใช้ไฟน้อยๆ อย่างบ้านผู้เขียน […]

Read More
นิเวศในเมือง
read

อยู่อย่างเมืองท่องเที่ยว

การที่ประเทศไทยเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่คนรู้จักมากมายขนาดนี้ มีองค์ประกอบหลายอย่างที่ทำให้เราก้าวไปถึงระดับนั้นได้ ทั้งด้านทำเลที่ตั้งอันห่างไกลจากภัยธรรมชาติหนักๆ อย่างภูเขาไฟ หรือลมไต้ฝุ่น ส่วนภูมิประเทศก็หลากหลาย สวยงามตั้งแต่ภูเขา นาข้าว เรื่อยไปจนจรดทะเล อีกทั้งศิลปะวัฒนธรรมที่หยั่งรากลึกลงไปกว่าเจ็ดร้อยปี ตระหง่านเคียงข้างกับแหล่งช้อปปิ้งตั้งแต่เช้าจนเย็นย่ำค่ำมืด จะริมถนน บนห้างสรรพสินค้า เรื่อยไปจนถึงสะพานลอย นับได้ว่าถูกใจขาเที่ยวทุกประเภท

Read More
นิเวศในเมือง
read

ไม่เห็นกล่องโฟม ไม่หลั่งน้ำตา

ขณะที่มีข่าวคราวจากเมืองไทยเกี่ยวกับกล่องโฟมว่ามีคนลุกขึ้นมาเถียงแบบข้างๆ คูๆ ว่าโฟมไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ซึ่งเข้าใจว่าคนที่ลุกขึ้นมาเถียงพูดว่าโฟมก่อปัญหาในด้านสิ่งแวดล้อมเดียวไม่เป็นไรพักฟังคนเถียงชั่วคราวแล้วหันมาดูว่าประเทศอื่นๆในภูมิภาคเขามองเรื่องนี้กันอย่างไรบ้างดีกว่า ในมาเลเซียมีระบบจัดการขยะที่ขับเคลื่อนโดยหน่วยงานที่รับผิดชอบในการจัดการขยะคือเทศบาลเมือง วิธีการจึงออกจะเป็นไปในแนว “ทางการเขาสั่งมาว่า” ตอนแรกๆ ผู้เขียนรู้สึกอึดอัดค่าที่เคยทำงานกับตาวิเศษและถนัดทำงานแบบที่ “มีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน” (มาอยู่ที่นี่แล้วพบว่าคำนี้เป็นของหายาก เลยขอใช้ตรงนี้หน่อยแม้ว่าจะออกเป็นทางการซักนิด) พอมาเจอแบบสั่งให้ทำอย่างเดียวก็เลยไม่เข้าทางตัวเอง ใช้เวลานานกว่าจะเข้าใจ แต่พออยู่มาสิบปีแล้วก็พอจะมองออกว่า เพราะความแตกต่างทางเชื้อสายและวัฒนธรรมของคนที่นี่ ทำให้กระบวนการทำงานหลายๆ อย่างไม่ค่อยจะเนียนเป็นเนื้อเดียวกันซักเท่าไหร่ ยิ่งถ้าเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับความเป็นชุมชนด้วยแล้ว อะไรที่สั่งตรงมาจึงได้ผลกว่ามากกว่าเชิญภาคส่วนอื่นๆ มาร่วมงาน รัฐสลังงอร์ที่ผู้เขียนใช้ชีวิตอยู่ถือเป็นรัฐที่มีประชากรพักอาศัยอยู่มากที่สุดในมาเลเซียด้วยจำนวนเกือบ 5.9 ล้านคน คิดเป็น 19 เปอร์เซนต์ ของประชากรทั้งประเทศและด้วยความที่เป็นสังคมเมืองที่กำลังโต จึงไม่น่าแปลกใจที่รัฐสลังงอร์ครองตำแหน่งแชมป์ผลิตขยะมาโดยตลอดตั้งแต่ปี 1998 คิดเป็น 14 เปอร์เซนต์ของปริมาณขยะที่ผลิตโดย 15 รัฐทั่วประเทศ (อ้างอิงข้อมูลจากปี 2009 ประเทศมาเลเซียผลิตขยะ 27,284 ตันต่อวัน) การทำงานของรัฐในการจัดการขยะเพื่อให้เป็นไปตามแผนยุทธศาสตร์ปี 2013 – 2017 ที่บอกไว้ว่าจะต้องลดปริมาณขยะที่เดินทางไปยังหลุมฝังกลบและยืดอายุขัยของหลุมฝังกลบจึงเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องทำอย่างจริงจัง จากข้อมูลที่มีอยู่ในงานวิจัยและการวิเคราะห์ตัวเลขต่างๆ จะพบตัวเลขระบุปริมาณขยะประเภทต่างๆ เช่น เศษกระดาษหนังสือพิมพ์กล่อง UHT แก้ว พลาสติก โลหะ เศษผ้า และอื่นๆ […]

Read More
นิเวศในเมือง
read

เมื่อร้านยังขายของชำ

ความแตกต่างที่ปลุกให้ผู้เขียนตื่นจากวัยเด็กก็คงเป็นที่ประเภทของสินค้าที่ขายอยู่ในร้าน ถ้าเป็นร้านของชำที่เป็นร้านของคนอินเดียที่มีป้ายหน้าร้านเขียนไว้ว่า Cash & Carry (เรียกว่า “จ่ายแล้วหิ้ว” ก็คงได้) จนกลายเป็นชื่อเล่นของร้านประเภทนี้

Read More
นิเวศในเมือง
read

ศรัทธาเหนือราคาสัตว์

เมืองหลวงและเมืองบริวารที่มาเลเซียกำลังขยับขยายตัวโดยมีการก่อสร้างทั้งอาคารสูงบ้านเรือนและถนนหนทางที่จะต้องมารองรับการขยายตัวแม้ว่าผังเมืองของหมู่บ้านใหม่ๆเหล่านี้จะถูกออกแบบมาค่อนข้างดีในสายตาของคนที่มาจากกรุงเทพที่โตแบบ “ตามใจฉัน”

Read More
นิเวศในเมือง
read

ป่าในเมือง หรือ เมืองกลางป่า

ถ้าใครเคยมาเที่ยวที่มาเลเซียแล้วได้ขึ้นไปดูเมืองกัวลาลัมเปอร์จากบนตึกแฝดเปโตรนาส (Petronas Twin Tower) จะเห็นว่า กัวลาลัมเปอร์เป็นเมืองหลวงที่มีภูเขาผุดอยู่ตรงโน้นตรงนี้เต็มไปหมด ยิ่งหันหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือในวันที่ฟ้าเปิด ก็อาจจะเห็นทิวเขาติติวังศา (Titiwangsa Range) เป็นแนวตะคุ่มๆอยู่และถ้าใครมีโอกาสได้นั่งรถกินลมชมวิวรอบๆ เมืองก็จะเห็นว่าถนนจะโอบล้อมเนินเขาตรงโน้นตรงนี้มีระดับลดหลั่นไปมาอยู่ตลอดเวลา

Read More
นิเวศในเมือง
read

เสี้ยวเดียว

หลังจากที่เขียนเรื่อง “เที่ยวทิ้งทวน” ไปเมื่อเดือนที่แล้ว ครอบครัวของผู้เขียนก็ออกเดินทาง ไปทิ้งทวนทันที คราวนี้ นอกจากจะได้ไปพบครอบครัวของผู้เขียนที่กรุงเทพตามปกติแล้ว ยังโชคดี ที่มีเวลาพอได้ไปเที่ยวอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง-เขาค้อ-ภูหินร่องกล้า และจบด้วยอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว

Read More
นิเวศในเมือง
read

เที่ยวทิ้งทวน

การวางแผนเที่ยวส่งท้ายปีเพื่อล้างวันลาพักร้อน จึงเป็นกิจกรรมที่หลายๆ ครอบครัว ตั้งตารอ ครอบครัวของผู้เขียน มักจะไปลงเอยตามมุมต่างๆ ของเมืองไทยตามปกติแล้ว ครอบครัวผู้เขียนเดินทางในลักษณะของนักท่องเที่ยวงบจำกัด คือไม่ถึงกับเป็นแบคแพคเกอร์ที่แบกเป้ โบกรถ และค่ำไหนนอนนั่น

Read More
นิเวศในเมือง
read

ควันหลง

นับตั้งแต่ปลายเดือนสิงหาคมเป็นต้นมา ควันไฟที่ถูกพัดพามาจากเกาะสุมาตราและเกาะบอร์เนียว ถล่มสิงคโปร์และมาเลเซียอย่างต่อเนื่องร่วม 2 เดือนซึ่งในปีนี้ถือว่าโดนกระหน่ำมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ จะว่าไป สถานการณ์ควันไฟอันแสนสาหัสปีนี้ มีเหตุผลประกอบอยู่หลายอย่าง อย่างแรกนี่ต้องถือว่าโดนลูกหลงจากอิทธิพลเอลนิโญ  เพราะการเผาถางพื้นที่โดยทั่วไปของอินโดนีเซีย แม้ว่าจะเกิดขึ้นตั้งแต่กลางปี แต่มาเข้มข้นขึ้นในช่วงเดือนสิงหาคม ตรงกับช่วงหน้าแล้งที่ได้รับอิทธิพลลมมรสุมตะวันออกเฉียงใต้ที่นำอากาศร้อนมาจากทะเลทรายของออสเตรเลียมาปกคลุมพื้นที่ที่อยู่เหนือออสเตรเลียขึ้นมา  ซึ่งมาเลเซียฝั่งตะวันตก (คาบสมุทรมลายู) ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากควันไฟที่ลอยขึ้นมาจากเกาะสุมาตรา ในขณะที่ควันไฟจากรัฐกลิมันตันของเกาะบอร์เนียว ลอยเข้าไปยังทางรัฐซาราวัคและซาบาห์ จนเป็นเหตุให้กระทรวงศึกษาธิการที่นี่ต้องประกาศหยุดโรงเรียนเป็นระยะๆ ตามความสาหัสของค่าดัชนีมลพิษทางอากาศ (Air Pollution Index: API) ตอนต้นเดือนตุลาคม ในช่วงวันที่เมืองชาห์ อาลาม อันเป็นเมืองหลวงของรัฐสลังงอร์ที่ผู้เขียนอยู่นี้มีค่าดัชนีพุ่งสูงถึง 308 มีประกาศจากทางการให้โรงเรียนกว่า 2,500 แห่งใน 6 รัฐต้องหยุดเรียนไป 4 วัน ทำให้นักเรียนกว่า 1.7 ล้านคนแสดงความดีใจอย่างกลั้นไม่อยู่เนื่องจากมีผลให้เลื่อนการสอบออกไปอีกหนึ่งสัปดาห์ในขณะที่ผู้ปกครองต่างพากันเครียดทั้งจากควันไฟนอกบ้านและบรรยากาศมาคุภายในบ้านเนื่องจากต้องเคี่ยวเข็ญให้ลูกๆอ่านหนังสือเตรียมตัวก่อนสอบอีกรอบหนึ่ง เหตุผลที่สอง เป็นเรื่องของสถานที่เกิดเหตุ ถ้าหากดูจากแผนที่แสดงป่าพรุบนเกาะสุมาตราของอินโดนีเซีย คาบสมุทรมลายู และเกาะบอร์เนียวแล้ว (แผนที่)  จะเห็นว่ามีป่าพรุครอบคลุมพื้นที่อยู่เป็นจำนวนมาก ลักษณะของป่าพรุคือเป็นป่าชุ่มน้ำที่มีซากพืซทับถมอยู่ในชั้นใต้ดิน ถือว่าเป็นคลังเก็บคาร์บอนของโลกที่ดีเยี่ยม เพราะเมื่อกิ่งไม้น้อยใหญ่เหล่านั้นจมอยู่ในน้ำ พวกมันไม่เปิดโอกาสให้จุลินทรีย์ต่างๆ เข้ามาย่อยสลายได้อย่างง่ายดายเหมือนอย่างซากต้นไม้ในป่าร้อนชื้นทั่วไป หากมีการขุดดินพรุขึ้นมา ดินชั้นล่างอาจมีอายุมากถึง 6-7 พันปี […]

Read More
นิเวศในเมือง
read

เรื่องเป็นชิ้นเป็นอันของขยะ

เชื่อว่าคนจำนวนมากที่เป็นเจนเนอเรชั่นเอ็กซ์ คงปฎิเสธไม่ได้ว่า ซิงเกิ้ลเพลง “อ๊ะ อ๊ะ อย่าทิ้งขยะ ตาวิเศษเห็นนะ” เป็นหนึ่งในบรรดาของสิ่งที่ทำให้เรามีความคุ้นเคยร่วมกัน

Read More
นิเวศในเมือง
read

ชีวิตทันใจ

ระบบการวางเส้นทางของรถเมล์ที่นี่ ที่ทำให้เราไม่สามารถกระโดดขึ้นรถเมล์ไปไหนมาไหนได้อย่างกรุงเทพฯ (ลองนึกดูว่าถ้าทุกครั้งที่ต้องการเดินทางจากสุขุมวิทหรือสีลมเพื่อไปวงเวียนใหญ่นั้น เราต้องนั่งรถเข้าไปยังสนามหลวงซะทุกครั้งไป ใช้เวลารอรถและต่อรถเกือบ 2 ชั่วโมง รถและมอเตอร์ไซค์บนถนนในกรุงเทพฯ คงมีมากกว่านี้อีกหลายเท่า) เด็กๆ จึงต้องใช้ชีวิตแบบให้ทันใจพ่อแม่ผู้มีหน้าที่รับส่ง การไปไหนมาไหนด้วยรถยนต์จึงเป็นเรื่องปกติ

Read More
นิเวศในเมือง
read

เพียงพอ

เรื่องนี้เป็นเรื่องใกล้บ้านผู้อ่าน (ส่วนมาก) แต่ไกลบ้านผู้เขียน เพราะได้ไปลงพื้นที่เก็บข้อมูลที่จังหวัดกระบี่และสุราษฏร์ธานี ความน่าสนใจของสิ่งที่ได้พบเจอ ถึงกับทำให้คณะทำงานของผู้เขียนซึ่งมีชาวต่างชาติอีก 2 ท่าน ถึงกับอ้าปากค้างเมื่อได้เห็นวิธีทำการเกษตรพื้นบ้านของเรา

Read More
นิเวศในเมือง
read

แบ่งๆ กันกิน

สามสี่เดือนที่ผ่านมา มีแมววัยหนุ่มแวะเข้ามานั่งเล่นในบ้านหลายครั้งหลายครา สองหนุ่มน้อยที่บ้านจึงเริ่มหาอาหารในครัวมาให้กินตามธรรมเนียมของเจ้าบ้านที่ดี แต่ที่บ้านไม่ค่อยมีอาหารเหลือถึงแมว เพราะผู้เขียนชอบที่จะทำคราวละสองสามอย่างพอทานกันในมื้อนั้นๆ ท้ายที่สุดเด็กๆ ก็เลยมาขอให้แม่ซื้ออาหารแมวมาให้ ซึ่งได้ถูกตั้งชื่ออันแปลได้ตรงตัวว่า “พี่ตระหนก” เพราะพอมีเสียงอะไรนิดอะไรหน่อย แมวหนุ่มตัวนี้ก็มีอาการสะดุ้งหลบทุกครั้ง รวมทั้งยังเป็นแมวที่กล้าๆ กลัวๆ ขนาดที่ว่าชามใส่อาหารที่วางไว้ตรงที่หน้าประตูแต่ถ้าหากไม่มีใครเดินนำทางมาที่จาน พี่ตระหนกก็จะไม่ออกมากิน หลังจากมีอาหารเลี้ยงแมววางอยู่หน้าบ้าน ก็พอจะเข้าใจแล้วว่า “หัวบันไดบ้านไม่แห้ง” เป็นยังไง อยู่ๆ ก็มีทั้งแขกไม่ได้เชิญหลายชนิดแวะเข้ามาจิกกินอาหารแมวจากชาม ทั้งนกเอี้ยงสาริกา นกกางเขน รวมไปถึงเจ้ากระแตจมูกยาว ที่วิ่งหลบไปหลบมาลองเชิงอยู่หลายครั้ง สุดท้ายก็กล้ามานั่งกินให้เห็นต่อหน้า พ่อบ้านเล่าให้ฟังว่า วันไหนที่ชามว่างเปล่า เจ้ากระแตจะมาส่งเสียงดังที่ลูกกรงประตูเป็นพักๆ ราวๆ กับว่ามาสั่งออเดอร์ให้ต้องเอาอาหารแมวมาเติมให้ ผู้เขียนและครอบครัวไม่แน่ใจว่าทำถูกหรือเปล่าที่ปล่อยให้อาหารแมวกลายเป็นอาหารนก (โชคดีที่นกยังไม่กลายเป็นอาหารแมว แม้ว่าพี่ตระหนกจะดักซุ่มอยู่บ้าง) แต่มองไปรอบๆ แล้ว ในบรรดาบ้านเกือบ 30 หลังคาในซอยนี้ บ้านของผู้เขียนเป็นบ้านที่มีต้นไม้ที่หน้าบ้านมากกว่าบ้านอื่นๆ ที่ส่วนมากจะเปลี่ยนสนามหญ้าบริเวณอันน้อยนิดให้เป็นที่จอดรถ ดังนั้น ต้นมะม่วง ต้นไผ่ และรั้วต้นเข็มจึงกลายเป็นที่พักพิงของสัตว์ในเมืองก๊วนนี้ ชามอาหารแมวจึงกลายเป็นของสาธารณะไปด้วยอย่างช่วยไม่ได้ นั่งดูเพื่อนต่างสายพันธุ์ที่วนเวียนกันมากินอาหารจากชามเดียวกันแบบนี้นี่มันน่ารักจริงๆ เพราะว่าต่างก็มากินเพื่อความอยู่รอดแบ่งๆ กันไปทั้งสี่เท้าสองเท้า บางครั้งตอนเดินออกจากบ้านเห็นอาหารตกหล่นอยู่บนพื้น 2-3 ชิ้น พอกลับมาอีกทีก็หายไปจากพื้นแล้ว เป็นอันว่าตัวใดตัวหนึ่งในก๊วนนั้นทำหน้าที่เก็บกินทำความสะอาดให้เรียบร้อย เมื่อปลายปีที่ผ่านมา […]

Read More