ศัพท์สิ่งแวดล้อม : ไทย

โรคจากอาคาร

โรคจากอาคาร ลักษณะ อาการของโรคจากอาคารเป็นได้ตั้งแต่ปวดหัว เวียนศรีษะ เคืองตา คัดจมูก ระคายคอ ไอ จาม เกิดผดผื่น ไปจนกระทั่งการติดเชื้อที่มีลักษณะคล้ายปอดอักเสบหรือที่เรียกว่าโรคลีเจียน แนร์ซึ่งมีอันตรายถึงชีวิต อาจจะเรียกได้ว่าโรคจากอาคารเป็นการป่วยแบบครอบจักรวาล อย่างไรก็ดี สามารถจำแนกรูปแบบการป่วยได้ใน 2 ลักษณะ

ลักษณะแรกเรียกว่า Sick Building Syndrome (SBS)  เป็นการเจ็บป่วยที่สามารถระบุสาเหตุที่เฉพาะเจาะจงหรือวินิจฉัยโรคได้อย่าง ชัดเจน เช่น ปวดหัว เวียนศีรษะ คัดจมูก ซึ่งมีอาการคล้ายกับเป็นหวัด โดยอาการเหล่านี้มักจะสัมพันธ์กับระยะเวลาที่อยู่ในอาคาร และเมื่อออกไปจากอาคารต้นเหตุสักระยะหนึ่งแล้ว อาการดังกล่าวก็จะหายไป

อีกลักษณะหนึ่งเรียกว่า Building Related Illness (BRI) เป็นการเจ็บป่วยที่สามารถระบุสาเหตุของอาการเจ็บป่วยและวินิจฉัยโรคได้อย่าง ชัดเจนว่าเกิดจากอะไร เนื่องจากสัมพันธ์กับสิ่งปนเปื้อนหรือมลพิษในอาคาร เช่น โรคภูมิแพ้จากฝุ่น ขนและมูลของสัตว์ หรือโรคลีเจียนแนร์ (Legionnaires Disease) ซึ่งมีสาเหตุมาจากแบคทีเรียลีจิโอเนลลา (Legionella Pneumophila) ที่ปนเปื้อนมากับระบบปรับอากาศรวม เป็นต้น

สำหรับลักษณะอาการป่วยของโรคจากอาคารแบ่งได้เป็น 6 กลุ่มใหญ่ อาการที่บ่งชี้ว่าป่วยอาจมีเพียงอาการเดียวหรือเกิดหลายกลุ่มอาการรวมกันก็ ได้ แต่ข้อสังเกตคืออาการเหล่านี้จะมีมากขึ้นเมื่ออยู่ในอาคารนานๆ และจะหายเป็นปลิดทิ้งเมื่อออกจากอาคารไปสักระยะหนึ่ง กลุ่มอาการทั้ง 6 กลุ่มมีดังต่อไปนี้

1) กลุ่มอาการระคายเคืองตา (Eye Irritation) จะมีอาการตาแห้ง ตาแดง รู้สึกระคายตา แสบตา โดยที่ไม่มีการอักเสบของตา อาการเหล่านี้จะเป็นมากขึ้นในคนที่ใส่คอนแทคเลนส์

2) กลุ่มอาการคัดจมูก (Nasal Manifestation) จะมีอาการคัดจมูก โดยจะเริ่มเป็นเมื่อเข้าไปในสถานที่ทำงาน และรู้สึกคัดจมูกตลอดเวลาที่อยู่ในอาคาร อาการคัดจมูก จาม ไอ จะเป็นมากขึ้นเมื่ออุณหภูมิห้องสูงขึ้นบางครั้งจะมีอาการระคายเคืองจมูก จมูกไม่ได้กลิ่น กลุ่มอาการนี้จะคล้ายกับโรคภูมิแพ้

3) กลุ่มอาการคล้ายโรคหอบหืด หรือกลุ่มอาการระคายคอ และทางเดินหายในส่วนล่าง (Throat and Lower Respiratory Tract Symptoms)  มีอาการคอแห้ง ระคายคอ และจะหายไปเมื่อดื่มน้ำจำนวนมากอาการที่เกิดกับคนทางเดินหายใจส่วนล่าง เช่น หายใจลำบาก หายใจเป็นช่วงๆ เหมือนขาดออกซิเจน รู้สึกอึดอัดแน่นหน้าอก ซึ่งอาการเหล่านี้จะหายไปเมื่อสูดหายใจเข้าออกลึกๆ หลายๆ ครั้ง เพื่อรับอากาศบริสุทธิ์

4) กลุ่มอาการปวดศีรษะ มึนงง และเมื่อยล้า (Headaches, Fatique, General Malaise)  จะมีอาการปวดศรีษะบริเวณหน้าผาก มักจะเกิดขึ้นในตอนกลางวัน ถ้าเป็นมากจะปวดศรีษะข้างเดียวคล้ายไมเกรน เมื่อยเนื้อเมื่อยตัว รู้สึกล้า มึนงง ไม่มีสมาธิในการทำงาน ความตั้งใจในการทำงานลดน้อยลง

5)  กลุ่มอาการโรคผิวหนัง (Skin Problems) ผิวหนังจะแห้ง รู้สึกคัดหรือเป็นผื่น คล้ายผิวหนังอักเสบอาการจะมากขึ้นเมื่ออากศค่อนข้างแห้งและมีลมพัดถ่ายเทไป มา

6) กลุ่มอาการติดเชื้อบริเวณทางเดินหายใจส่วนต้น (Upper Respiratory Tract Infection)  เป็นโรคติดเชื้อในทางเดินหายใจส่วนต้น ซึ่งผู้ที่ทำงานในอาคารสำนักงานมักจะป่วยด้วยโรคเยื่อบุคออักเสบ (Pharyngitis) และต่อมทอนซิลอักเสบ (Tonsilitis) มีอาการคอแดง ทอนซิลโตขึ้น มีจุดหนองสีขาวครีมที่ทอนซิล มีไข้ เจ็บคอ เวลากลืนน้ำลาย ต่อมน้ำเหลืองด้านข้างคอกดแล้วเจ็บ ในรายที่เป็นเฉียบพลันจะมีไข้สูงทันที และปวดศรีษะ อ่อนเพลีย ไอแห้งๆ มีเสมหะไม่มาก

น้ำมันแก๊สโซฮอล์

น้ำมันแก๊สโซฮอล์ หรือที่นิยมเรียกว่า E 10 เป็นน้ำมันที่มีส่วนผสมระหว่างน้ำมันเบนซินออกเทน 91 กับ เอทานอล ในสัดส่วนร้อยละ 90 ต่อ 10 โดยสารเอทานอลนั้นเป็นผลผลิตที่ได้จากมันสำปะหลังและอ้อย แทนการใช้สาร MTBE หรือสารเพิ่มค่าออกเทนในน้ำมัน  อย่างไรก็ตาม จากการสำรวจเบื้องต้นของศูนย์วิจัยและฝึกอบรมด้านสิ่งแวดล้อม พบว่า การส่งเสริมให้มีการน้ำมันแก๊สโซฮอล์มาทดแทนการใช้น้ำมันเบนซิน มีผลทำให้ระดับความเข้มข้นของสารกลุ่มคาร์บอนิลในบรรยากาศเพิ่มขึ้นด้วย นอกจากนี้ การมีสารกลุ่มคาร์บอนิลในบรรยากาศเพิ่มขึ้น ยังทำให้สารมลพิษตัวอื่นๆ เพิ่มมากขึ้นด้วย เช่น ก๊าซโอโซน และละอองลอยทุติยภูมิที่มีปฏิกิริยาแสงในบรรยากาศระหว่างออกไซด์ของไนโตรเจน และสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย ซึ่งสารเคมีเหล่านี้มีอันตรายต่อสุขภาพ

ฉลากสิ่งแวดล้อม

ฉลาก สิ่งแวดล้อม หมายถึงฉลากที่กำกับผลิตภัณฑ์หรือบริการว่าเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยในกระบวนการผลิตหรือใช้งาน สามารถลดการใช้ทรัพยากรหรือลดการก่อมลพิษ ฉลากสิ่งแวดล้อมมีหลากหลายลักษณะ พอจะจัดแยกได้เป็น 4 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่ ประเภทที่ 1 คนกลางเป็นคนออกฉลาก ไม่ใช่ผู้ซื้อ ไม่ใช่ผู้ขาย เป็นคนการันตีว่าสินค้านั้นเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ดีกว่าสินค้าประเภทเดียวกันอย่างไร ประเภทที่ 1 นี้ ที่มีในเมืองไทยเราก็เช่น ฉลากเขียว

ประเภทที่ 2 เป็นประเภทที่เรียกว่า self declare (เซล์ฟ ดีแคลร์) คือบอกว่าตัวเองดีต่อสิ่งแวดล้อมอย่างไร เช่นถุงของห้างสรรพสินค้าที่จะประทับตรา (เอง) ว่าถุงนี้สามารถรีไซเคิลได้ หรือผงซักฟอกบางยี่ห้อที่เขียนว่าคืนน้ำใสให้โลกสวย มีตราโลโก้ที่ออกแบบเอง คือเหมือนเป็นการบอกว่าผลิตภัณฑ์ของตนเองดีต่อสิ่งแวดล้อม

ประเภทที่ 3 เป็นประเภทที่ใช้วัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์มาเป็นตัวคำนวนหรือที่เรียกว่า LCA (Life Cycle Assessment) ประเภทนี้เช่น ฉลากคาร์บอน ฉลากที่รับรองสินค้าเกษตรอินทรีย์ และคาร์บอนฟุตพริ้นท์

ประเภทที่ 4 เป็นฉลากที่เรียกว่า Single Issue คือชูประเด็นเดียว เช่นประหยัดพลังงานในคอมพิวเตอร์ ประหยัดพลังงานในเครื่องใช้ไฟฟ้า ที่เห็นผ่านตากันบ่อยๆ เช่น Energy Star บนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ หรือแม้แต่ฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 ก็ถือว่าเป็นฉลากประเภทนี้

ขี้ปีก

ขี้ปีก (Condensation Trail หรือ Contrail) คือเส้นสีขาวที่ถูกระบายขึ้นกลางท้องฟ้าตามหลังเครื่องบิน เส้นสีขาวที่ว่านี้คือไอน้ำจำนวนมหาศาลที่เกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงแล้ว ปล่อยออกมาจากท่อไอพ่นของเครื่องบิน เมื่อปะทะเข้ากับความเย็นของชั้นบรรยากาศ ก็จะควบแน่นกลายเป็นผลึกน้ำแข็งเล็กๆ นอกจากนี้ ขี้ปีกยังสามารถเกิดขึ้นได้จากแรงดันอากาศบนผิวปีกที่ลดลงอย่างรวดเร็วเมื่อ มีการเปลี่ยนทิศทางหรือเปลี่ยนระดับความสูงแบบฉับพลันของเครื่องบิน เช่น การขึ้น-ลง การหักเลี้ยว เป็นต้น

ถึงแม้ขี้ปีกจะเป็นเพียงผลึกน้ำแข็งเล็กๆ ที่เกิดจากไอน้ำ แต่หากลอยตัวอยู่ในชั้นบรรยากาศที่สูงมากกว่า 26,000 ฟิต ก็จะเป็นตัวการสำคัญที่ปิดกั้นความร้อนจากแสงอาทิตย์มาสู่โลก ขณะเดียวกันก็ปิดกั้นไม่ให้ความร้อนจากโลกสะท้อนกลับไปสู่ชั้นบรรยากาศ เรียกง่ายๆ ว่าเป็นหนึ่งในตัวการที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน