Lastest on Green Issues

See All
read

พลังคำเพื่อโลก

ถามจริงๆ เมื่อได้ยินคำว่า “สิ่งแวดล้อม” คุณนึกถึงอะไร? ถามนักเรียนจะได้คำตอบว่าคือสิ่งมีชีวิตและสิ่งไม่มีชีวิตรอบตัวเรา ถามคนทั่วไป แว็บแรกก็นึกถึงอากาศ น้ำ อุณหภูมิ การจัดการของเสียและขยะ ทั้งสองคำตอบไม่ทำให้เรารู้สึกตื่นเต้น กระตุ้นจินตนาการ มันน่าเบื่อ เช่นเดียวกับคำว่าความยั่งยืน ในหนังสือ How to Raise a Wild Child สก็อต แซมสันตั้งข้อสังเกตว่า เมื่อเราตกหลุมรักกับคนคนหนึ่ง ขอแต่งงานด้วย เราไม่คิดว่าเราจะมีชีวิตที่แค่ยั่งยืนไปด้วยกัน ไม่ได้จะแค่ประคองกันไป จืดๆ ชืดๆ รอดตายด้วยความรอบคอบเก็บเงินออม ปลอดภัยอย่างซังกะตาย แต่เราเต็มไปด้วยปิติและความหวัง หนึ่งบวกหนึ่งไม่ใช่แค่สอง เราจะงอกงามเบิกบานไปด้วยกัน แล้วทำไมเมื่อเรารักธรรมชาติเต็มหัวใจ ไม่ได้เห็นมันเป็นแค่ “สิ่ง” และ “ของ” แต่เรากลับบอกคนอื่นว่า “เราต้องจัดการสิ่งแวดล้อมให้ยั่งยืน” ไร้ซึ่งแรงบันดาลใจใดๆ เราต้องหาคำที่ให้ความหวัง เร้าใจกับความเป็นไปได้ในอนาคต งานวิจัยเล็กๆ หลายชิ้นกำลังชี้ให้เห็นว่า เด็กรุ่นใหม่มีอาการจิตตกกับภาพอนาคตโลกเสื่อม จนไม่อยากจะทำอะไร นักวิทยาศาสตร์และนักวิชาการถูกฝึกให้ใช้ภาษาในมุมมองภววิสัย (objective) มีความหมายใช้งานตามวัตถุประสงค์ ไม่เจือปนอารมณ์หรือมุมมองส่วนตัว เพื่อลดอคติ แต่เมื่อนำมาใช้ในการสื่อสารทั่วไปนอกแวดวงวิชาการ มันขาดหัวใจ แต่มันไม่ได้แปลว่านักวิทยาศาสตร์ไม่มีหัวใจ นักธรรมชาติวิทยาที่ทำงานจริงจังล้วนรักและพิศวงในธรรมชาติและชีวิตที่เขาศึกษา […]

Read More
จักรยานกลางเมือง
read

Car Free Day  แก้ปัญหารถติด !?

เมื่อหลายปีก่อน สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า กรุงเทพมหานครเป็นเมืองรถติดอันดับ ๑ ของโลก เหตุที่รถติดอาจมาจากหลายปัจจัย เช่น ผังเมืองไม่ดี มีการก่อสร้างขุดเจาะพื้นถนน ผู้สัญจรขาดระเบียบวินัย มีอุบัติเหตุ สัญญาณไฟจราจรไม่สัมพันธ์กับความหนาแน่นของรถบนท้องถนน ฯลฯ  แต่ปัจจัยหลักที่ปฏิเสธไม่ได้น่าจะเป็นเพราะจำนวนรถที่เพิ่มมากขึ้นเกินกว่าถนนจะรองรับได้ เมื่อปี ๒๕๕๓ จำนวนรถจดทะเบียนกรุงเทพฯ มีทั้งสิ้น ๖.๒ ล้านคัน  โดยเฉลี่ยทุกๆ ปีมีรถจดทะเบียนเพิ่มขึ้น ๒๔๐,๐๐๐ คัน  กระทั่งในปี ๒๕๕๔-๒๕๕๕ เมื่อรัฐบาลออกนโยบายคืนภาษีรถยนต์ที่เรียกกันว่า “รถคันแรก” ทำให้มียอดจดทะเบียนรถยนต์เพิ่มสูงเป็นประวัติการณ์  ภายในสิ้นเดือนกันยายนนี้ กรุงเทพฯ มีรถยนต์ทั้งสิ้น ๗.๓ ล้านคัน เพิ่มขึ้นจากปี ๒๕๕๓ ถึง ๑.๑ ล้านคัน สำนักการจราจรและขนส่ง กรุงเทพมหานคร ระบุว่าปัจจุบันพื้นที่ถนนกรุงเทพฯ รองรับรถยนต์ได้เพียง ๑.๖ ล้านคัน  นั่นหมายความว่าหากจะมีถนนเพียงพอต่อรถยนต์ จำเป็นต้องเพิ่มพื้นที่ถนนอีก ๔-๕ เท่า  แต่ความเป็นจริงทุกวันนี้กรุงเทพฯ เต็มไปด้วยตึกรามบ้านช่องหนาแน่นแออัดทุกพื้นที่  อัตราการขยายถนนทำได้เพียงร้อยละ ๔ ต่อปี ไม่ทันกับการรองรับจำนวนรถที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทุกปีๆ […]

Read More
กินดีอยู่ดี
read

สู้โว้ย..เมื่อคอเรสเตอรอลในเลือดสูง

สารพฤกษเคมีกลุ่มหนึ่ง คนไทยเรียกว่า ไฟโตสเตอรอล (phytosterol ออกเสียงว่า ไฟ-โต-สะ-เตีย-รอล) ได้เริ่มเข้ามาสู่วิถีชีวิตของผู้บริโภคบางท่าน ซึ่งปรับตัวให้เป็นไปตามสภาพของคนไทยยุค ไทยแลนด์ 4.0 เเละใช้ชีวิตล่องลอยไปกับความก้าวหน้าของเทคโนโลยีอินเตอร์เน็ต ที่ทำให้แต่ละคนลดพฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพ จนเกิดโรคเนื่องจากความเสื่อมของร่างกายเร็วกว่าที่ควรเป็น เช่น คอเลสเตอรอลในเลือดสูง นำไปสู่ความเสี่ยงต่ออาการเส้นเลือดเลี้ยงหัวใจตีบและภาวะสมองขาดเลือด ภาพจาก : http://www.actigenomics.com/2012/06/what-are-phytosterols/ มีข้อมูลบอกกล่าวในเว็บที่โฆษณาขายผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ซึ่งมีไฟโตสเตอรอลเป็นองค์ประกอบว่า ชาวฟินแลนด์นั้นเคยมีปัญหาคอเลสเตอรอลในเลือดสูงมาก่อน จนทำให้คนวัยทำงานเสียชีวิตด้วยโรคเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือดสูงที่สุดในโลก รัฐบาลฟินแลนด์และเอกชนจึงร่วมมือหามาตรการแก้ปัญหานี้ โดยระดมผู้เชี่ยวชาญมาคิดค้นวิจัยหาสิ่งที่ช่วยลดคอเลสเตอรอลในเลือด ถึงปี 1972 นักวิจัยชาวฟินแลนด์ได้ประสบความสำเร็จค้นพบว่า ไฟโตสเตอรอลมีผลในการลดคอเลสเตอรอลในเลือดของชาวฟินแลนด์ ส่งผลให้ภายใน 5 ปีหลังจากนั้น อัตราการตายของชาวฟินแลนด์ในวัยทำงานเนื่องจากโรคที่เกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือดลดลงถึงร้อยละ 70 ซึ่งองค์การอนามัยโลกได้สรรเสริญโดยจัดอันดับคุณภาพชีวิตของชาวฟินแลนด์อยู่อันดับที่ 11 ของโลก กล่าวกันว่าในการศึกษาแบบทดลองสุ่มตัวอย่างที่เรียกว่า Double Blind (มีผู้แปลว่า การทดลองแบบอำพรางทั้งสองฝ่าย ซึ่งหมายความว่า ผู้ทำการทดลองและอาสาสมัครไม่รู้ว่าสิ่งที่ถูกทดสอบเช่น ยา นั้นอาสาสมัครคนใดได้บ้าง โดยมีคนที่รู้คือ ผู้ควบคุมการทดลองเพียงไม่กี่คนที่ไม่ได้สัมผัสกับอาสาสมัครโดยตรง) เพื่อช่วยลดความแปรผันของตัวแปรต่าง ๆ เช่น งานวิจัยชื่อ Cholesterol lowering efficacy of […]

Read More
คุยข่าวสีเขียว
read

หญ้าสาบหมาและกวางผาเชียงดาว

แม้จะเป็นหนังสือที่ตีพิมพ์มานานแล้ว แต่ผู้เขียนพึ่งเคยอ่านหนังสือชื่อ Rabbit-Proof Fence หรือ รั้วกันกระต่าย หนังสือที่เล่าการผจญเผ่าของเด็กลูกครึ่งระหว่างคนพื้นเมืองออสเตรเลียกับคนผิวขาวที่ถูกส่งไปอยู่โรงเรียนประจำสำหรับเด็กลูกครึ่งในพื้นที่ห่างไกล เด็กสามคนหนีจากโรงเรียนที่ตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งเพื่อกลับบ้านในเขตทะเลทราย โดยเดินตามรั้วที่รัฐบาลสร้างขึ้นเพื่อป้องกันกระต่ายข้ามจากฟากตะวันตกของประเทศไปยังอีกฝั่งหนึ่งซึ่งเป็นที่ตั้งของพื้นที่เกษตร  แนวรั้วทอดยาวจากเหนือจดใต้ระยะทาง 1,834 กิโลเมตร หนังสือเรื่องนี้ทำให้นึกถึงเอเลี่ยนสปีชีส์ที่ไม่ใช่มนุษย์ต่างดาว แต่เป็นพืชและสัตว์ต่างถิ่น กระต่ายเป็นสัตว์ต่างถิ่นที่ชาวผิวขาวนำจากยุโรปสู่ออสเตรเลียเพื่อกีฬาล่าสัตว์ จากกีฬาแสนสนุกกลายเป็นความทุกข์ของประเทศ เมื่อกระต่ายแพร่พันธุ์อย่างรวดเร็วเกินควบคุม กัดกินหญ้าและพืชพรรณธัญญาหารจนทำให้บางพื้นที่กลายเป็นที่แห้งแล้งและพื้นที่เกษตรเสียหาย ทว่ารั้วอันยาวเหยียดและแข็งแรงไม่สามารถป้องกันกระต่ายได้เพราะมันแพร่พันธุ์ไปยังอีกฝั่งก่อนสร้างรั้วเสร็จเสียอีก เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อประมาณหนึ่งร้อยปีมาแล้ว กลับมาที่บ้านเราในยุคปัจจุบัน หนังสือเล่มนี้ทำให้ฉันนึกถึงการเดินขึ้นดอยหลวงเชียงดาวเพื่อเก็บขยะในช่วงปิดฤดูกาลท่องเที่ยวเมื่อมีนาคมที่ผ่านมา ฉันเดินผ่านดงหญ้าอันหนาทึบที่กำลังออกดอกสีขาวบานสะพรั่งและไหวลู่ลมดูสวยงามราวกับฉากในมิวสิกวิดีโอจนฉันอดใจไม่ไหวต้องถ่ายรูปมาโชว์ คนนำทางบอกฉันว่านั่นคือหญ้าสาบหมา พืชต่างถิ่นที่เพิ่งมาถึงดอยเชียงดาวเมื่อไม่นานมานี้ และเห็นการแพร่กระจายชัดเจนในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา การแพร่กระจายเป็นไปอย่างรวดเร็วเนื่องด้วยเมื่อดอกสีขาวที่อัดแน่นไปด้วยเมล็ดพันธุ์แห้งลง สายลมจะพัดพาเมล็ดพันธุ์จำนวนมหาศาลฟุ้งกระจายไปทั่วสารทิศ พร้อมจะเติบโตเมื่อพบสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม การแพร่กระจายของหญ้าสาบหมาทั้งรุกรานและปิดกั้นโอกาสเติบโตของพืชท้องถิ่น ที่เป็นเช่นนี้เพราะลำต้นของหญ้าสาบหมามีสารแอลลิโอพาธิคในระดับสูง จากการศึกษาสารแอลลิโอพาธิคกับพืช 19 ชนิด พบว่าสารแอลแอลลิโอพาธิคจากหญ้าสาบหมาเพียง 1 กรัม มีผลยับยั้งการงอกของเมล็ดพันธุ์ทั้ง 19 ชนิด และส่งผลต่อการเจริญของรากและลำต้นของพืชทดสอบจำนวน 12 ชนิด จาก 19 ชนิด ด้วยเหตุนี้จึงน่าเป็นห่วงว่าหญ้าสาบหมาจะรุกรานพืชเฉพาะถิ่นไปเสียหมด มิเพียงส่งผลเสียต่อพืชเท่านั้น ที่ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และ ฮาวาย สหรัฐอเมริกาเคยมีรายงานการระบาดของหญ้าสาบหมา และพบว่าม้าที่กินต้นหญ้าสาบหมาป่วยเป็นโรคปอดเรื้อรังและล้มตายยกฟาร์มมาแล้ว  ขณะที่บนดอยหลวงเชียงดาวก็มีสัตว์กีบอย่างกวางผาอยู่อาศัย […]

Read More

What We Do

นักสืบสิ่งแวดล้อม

มูลนิธิโลกสีเขียวได้เริ่มคิดอ่านทำกระบวนการ “นักสืบสิ่งแวดล้อม” มากว่า 20 ปีแล้ว ด้วยความตั้งใจจะให้คนธรรมดาทั่วไปสามารถ “อ่านธรรมชาติ” เองได้ โดยไม่ต้อง พึ่งพา ความรู้วิทยาศาสตร์ที่ซับซ้อนหรืออุปกรณ์ราคาแพง แต่อาศัยการสำรวจสิ่ง มีชีวิตที่อย ด้วยกันเป็นสังคมในสภาพธรรมชาตินั้นๆ เพื่อที่ทุกคนจะได้รู้จักดูแลและ เฝ้าระวังสิ่งแวดลัอมและธรรมชาติในละแวกบ้าน ชุมชน หรือท้องถิ่นด้วยตัวเองจริงๆ

Read More

จักรยานกลางเมือง

มูลนิธิฯ พัฒนาโครงการเพื่อส่งเสริมการใช้จักรยานเป็นพาหนะสัญจรกลางเมือง เพราะจักรยานเป็นมากกว่าพาหนะเดินทาง มันเป็นทางออกง่ายๆ ของปัญหาใหญ่ซับซ้อนเรื้อรังในเมืองหลายประการ ตั้งแต่คุณภาพอากาศและสุขภาพของคนเมือง การจราจรติดขัด ความปลอดภัยบนท้องถนน ความเหลื่อมล้ำในการแบ่งปันพื้นที่สาธารณะในสังคม ปัญหาโลกร้อน ปัญหาเศรษฐกิจ ฯลฯ จักรยานจึงเป็นสัญลักษณ์ของการพัฒนาอย่างยั่งยืน

Read More

พลเมืองเปลี่ยนกรุง

มูลนิธิฯ พัฒนาโครงการ “พลเมืองเปลี่ยนกรุง” โดยมุ่งสนับสนุนคนกรุงเทพให้สร้างกระบวนการเรียนรู้ใหม่ๆ ของตนเอง ผ่านประสบการณ์ตรง ผ่านปฏิบัติการจริง และจากการมีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้อื่น เพื่อให้เอื้อต่อการมีวิถีชีวิตสุขภาวะที่ดี โดยเน้นพัฒนาความสัมพันธ์กับธรรมชาติรอบตัวขึ้นมาใหม่ เชื้อชวนให้เข้ามามีส่วนร่วมกับกระบวนการเรียนรู้เชิงปฏิบัติการเพื่อเปลี่ยนแปลงเมือง และส่งเสริมการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ด้วยศักยภาพของตนเอง

Read More

WILD WATCH

กิจกรรมตรวจสุขภาพกรุงเทพฯ จากความหลากหลายของชีวิตป่ากลางกรุง เปิดโอกาสให้คนเมืองได้เข้าไปสัมผัส และร่วมสำรวจ ศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพของพืช สัตว์ และสิ่งมีชีวิตที่หลากหลายในสวนกลางเมือง โดยคาดหวังว่าจะเป็นการปลุกกระแสให้คนเมืองหันกลับมาสนใจและให้คุณค่ากับความหลากหลายทางชีวภาพในเมือง ซึ่งจะนำไปสู่หลักคิดในการพัฒนาเมืองควบคู่ไปกับการดูแลเฝ้าระวังเรื่องของสิ่งแวดล้อมที่มีผลต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิต

Read More

Featured products

See All