Lastest on Green Issues

See All
คุยข่าวสีเขียว
read

ดอยหลวงเชียงดาวเปลี่ยนไป

ฤดูกาลท่องเที่ยวดอยหลวงเชียงดาวมาถึงแล้ว แต่ปีนี้มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เมื่อเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาวกำหนดวิธีการจองและจำกัดปริมาณคนขึ้นดอยหลวงใหม่ จากเดิมสามารถขึ้นได้ทุกวัน เปลี่ยนเป็นขึ้นได้เฉพาะศุกร์-เสาร์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่วันที่ 3 พฤศจิกายน-11 กุมภาพันธ์ รวม 15 สัปดาห์ หรือประมาณ 3 เดือน เมื่อพิจารณาจากช่วงเวลาที่สั้นลงและการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวซึ่งดูจากยอดการจองที่ประกาศทางเฟสบุคของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า คาดว่านักท่องเที่ยวที่ขึ้นดอยหลวงในปีนี้จะลดลงกว่าครึ่ง เมื่อเปรียบเทียบกับฤดูกาลท่องเที่ยวปีที่แล้วที่มีผู้ลงทะเบียนขึ้นดอยหลวงระยะเวลา 4 เดือน กว่า 2 หมื่นคน ภาพจากคุณ Boss >>> http://www.trekkingthai.com/wordpress/?p=1826#prettyPhoto/0/ ฉันหวนนึกถึงบทสนทนาบนยอดดอยหลวงเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมาที่ฉันและกลุ่มอาสาสมัครขึ้นไปเก็บขยะตกค้างบนดอยหลวงในช่วงปิดฤดูกาลท่องเที่ยว ขณะรอดูพระอาทิตย์ตกดินบนยอดดอยหลวง ฉันได้คุยกับวารินทร์ วรินทรเวช เจ้าของวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาโทเรื่องการพัฒนารูปแบบการจัดการการท่องเที่ยวในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว และเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่ดอยหลวงที่ถูกนำมาใช้ช่วงปี 2544-2547 หน้าที่การงานทำให้เขาไม่ได้ขึ้นดอยหลวงมากว่า 10 ปี เมื่อกลับมาเห็นอีกครั้งเขาบอกว่า “พูดอะไรไม่ออก” และ “อยากร้องไห้” วารินทร์ย้อนอดีตให้ฟังว่าจุดที่เรานั่งอยู่เคยเป็นที่อยู่อาศัยของกวางผา เมื่อการท่องเที่ยวเชิงนิเวศเกิดขึ้น โดยชุมชน ทางการ และนักวิชาการตัดสินใจร่วมกันว่าต้องกำหนดจุดพักแรมและพื้นที่ที่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวเข้าถึง แทนการปล่อยให้นักท่องเที่ยวท่องไปตามใจชอบ ซึ่งเมื่อนักท่องเที่ยวอยากเห็นภาพพระอาทิตย์ขึ้นและตกดินที่จุดสูงสุด คณะทำงานจึงเปิดยอดดอยหลวงเพื่อชมพระอาทิตย์ตกดินและยอดกิ่วลมเพื่อชมพระอาทิตย์ขึ้น และกำหนดจุดพักแรมบริเวณใกล้เคียงกัน ผลคือกวางผาอพยพไปอยู่ดอยอื่นๆ และเมื่อถูกนักท่องเที่ยวรบกวนน้อยลง กวางผาก็มีที่อยู่และขยายพันธุ์ได้มากขึ้น จากสมัยเริ่มทำการท่องเที่ยวช่วงแรกๆ นานๆ จะเห็นกวางผาสักครั้ง […]

Read More
กินดีอยู่ดี
read

อย่ากินหวานและอย่ากินเค็ม (ต่อ)

เดือนที่แล้วผู้เขียนได้กล่าวถึงปัญหาการกินหวานที่ส่งผลลบต่อการควบคุมน้ำหนักตัว และได้สรุปสุดท้ายว่า ไม่ควรกินหวาน ซึ่งความจริงแล้วการไม่กินหวานนั้นมีประโยชน์ในการลดความเสี่ยงต่อการเป็นเบาหวานไปด้วยในตัว สำหรับบทความของเดือนนี้จึงขอกล่าวในประเด็นการลดการกินอาหารเค็ม เพื่อหวังว่าเมื่อเราลดทั้งความหวานและความเค็มในอาหารแล้ว เราจะมีอายุอยู่ได้นานขึ้น เพื่อจะได้เห็นว่าประเทศไทยหลังจากนี้ไปจะเจริญขึ้นดังจรวด ตามคำทำนายของหมอดูในอินเตอร์เน็ททั้งหลายหรือไม่ ในการดูแลสุขภาพเกี่ยวกับอาหารการกินในประเด็นไม่กินเค็มนั้น เราควรใส่ใจทั้งวัตถุดิบ ส่วนประกอบต่าง ๆ ในการปรุงอาหาร ตลอดจนเครื่องปรุง โดยเฉพาะเครื่องปรุงรสเค็มที่มีผลต่อสุขภาพโดยรวม และต่อน้ำหนักตัวที่อาจเพิ่มขึ้นโดยไม่เจตนา คนไทยในเมืองใหญ่ที่ต้องกินอาหารนอกบ้านมักถูกบังคับอยู่กลาย ๆ ให้กินอาหารที่มีรสเค็มมากขึ้น (โดยเฉพาะอาหารจาก Street food ซึ่ง CNN ยกย่องว่าดีที่สุดในโลก) ผู้เขียนเข้าใจเอาเองว่า ผู้ค้าอาหารนั้นหวังดีต้องการให้เรากินข้าวได้มากขึ้น ในขณะที่กับข้าวที่ตักให้มีปริมาณน้อยลง มีรายงานจากการสำรวจของหน่วยราชการพบว่า คนไทยกินเกลือเฉลี่ยต่อคนประมาณวันละ 4,000 มิลลิกรัม ซึ่งสูงกว่าค่าที่กำหนดปริมาณสารอาหารที่ควรได้รับประจำวันคือ 2,000 มิลลิกรัม ปรากฏการณ์การได้รับโซเดียมมากกว่าปริมาณที่แนะนำนั้นก่อให้เกิดปัญหาทางสุขภาพของผู้บริโภคตามมา อายุรแพทย์ผู้เชี่ยวชาญหลายท่านดูเหมือนจะมีความเห็นตรงกันว่า พฤติกรรมการกินเค็มจนเป็นนิสัยของคนไทยนั้น นำไปสู่การเพิ่มปริมาณคนไข้นอกที่มีความดันโลหิตสูงและไตเสื่อม จากการศึกษาความชุกของโรคทั้งสองพบว่า หนึ่งในสี่ของผู้ใหญ่ที่เดินตามท้องถนนหรือกว่า 10 ล้านคนของคนไทยนั้นมีความดันโลหิตสูง อีกทั้งพบคนไทยเป็นโรคไตเรื้อรังราว 7 ล้านคน ซึ่งถ้าความดันโลหิตสูงไม่ได้รับการบำบัดที่ถูกต้อง โรคแทรกซ้อน เช่น หัวใจวาย อัมพาต และความเสื่อมจากการทำงานของไตนำไปสู่ภาวะไตวายจะตามมา หลักสำคัญในการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคเหล่านี้คือ ควบคุมความดันโลหิตโดยลดปริมาณเกลือต่างในอาหารที่กินให้น้อยที่สุดเท่าที่ทำได้พร้อมกับการได้รับยาที่เหมาะสม […]

Read More
นิเวศในเมือง
read

หวงและห่วง…แม่ทุเรียนของพี่

เทศกาลกินทุเรียนที่มาเลเซียเมื่อกลางปีที่ผ่านมามีความเงียบเหงาผิดไปจากเดิม เพราะทุเรียนมีราคาแพงเกินกว่าปกติ ชนิดที่เรียกว่ามูซัง คิง (Musang King) ราคาขึ้นสูงถึงกิโลละพันบาท ซึ่งเป็นราคาแบบที่ชั่งกันทั้งลูก ไม่ใช่ราคาแบบที่แกะเนื้อขาย และที่นำออกมาวางขาย ก็ใช่ว่าจะมีจำนวนเยอะ จนพ่อค้าสามารถเล่นตัว ไม่รับการต่อรองราคาใดๆ จากลูกค้าเลย รัฐเปรัคเป็นรัฐที่มีการผลิตทุเรียนรุ่นกลางปีออกมาขายมากและเป็นที่รู้จักกันดี ฤดูกาลที่ทุเรียนจากรัฐเปรัคจะให้ผลผลิตออกมาวางขายตามท้องตลาดคือ ตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภาคมไปจนถึงต้นเดือนกันยายน ส่วนในช่วงเดือนธันวาคมต่อไปจนถึงมกราคม จะเป็นผลผลิตที่มาจากสวนทางพื้นที่ตอนใต้ของแหลมมลายูอย่างรัฐยะโฮร์ เหตุที่จำนวนของทุเรียนลดน้อยถอยลงไปอย่างผิดหูผิดตามในปีนี้ มีสาเหตุหลักๆ อยู่สองอย่าง โดยประการแรก เป็นเพราะสภาพอากาศเปลี่ยนไป ทุเรียนในพื้นที่ตอนกลางของประเทศมาเลเซีย จะออกดอกในช่วงต้นปี แถวๆ ตรุษจีน และเมื่อดอกออกแล้ว ก็จะใช้เวลาประมาณ 2-4 สัปดาห์กว่าจะติดลูก ปีนี้ มีฝนตกชุกในช่วงก่อนและหลังตรุษจีนซึ่งถือว่าเป็นเรื่องผิดปกติ ทำให้ดอกทุเรียนถูกฝนชะ หล่นร่วงจากต้นไปเป็นจำนวนมาก ส่วนดอกที่ยังพอเหลืออยู่ติดต้น โดยเฉลี่ย จะโตมาเป็นผลทุเรียนได้แค่ 25 เปอร์เซนต์ จึงทำให้จำนวนทุเรียนที่ควรจะถึงมือลูกค้ายิ่งน้อยลงไปอีก ใครว่าสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงไม่มีจริง และไม่มีผลกระทบต่อชีวิตมนุษย์ก็ตาม ทาสทุเรียนทั้งหลายประจักษ์แก่ใจ ชัดเจนในปีนี้ ส่วนประการที่สอง ความต้องการลิ้มรสทุเรียนไม่ได้หยุดอยู่แค่ในมาเลเซียและสิงคโปร์ แต่ว่าเดินทางไกลไปถึงประเทศจีน ซึ่งเป็นตลาดที่มีกำลังซื้อแบบเจ้าบุญทุ่มและเต็มใจซื้อในราคาที่สูงกว่าที่คนท้องถิ่นจะเต็มใจจ่ายด้วยค่าเงินที่แข็งกว่า โดยข่าวแจ้งว่า ราคาทุเรียนมูซังคิงที่ขายในเมืองจีนมีราคาสูงถึงกิโลละ 5 พันบาท ในขณะที่ในมาเลเซียวางขายที่กิโลละ […]

Read More
นิเวศในเมือง
read

คอนโดเลี่ยงบาลีกันอย่างไร?

คนกรุงเทพที่อาศัยอยู่ในซอยเล็กย่านกลางเมืองจำนวนไม่น้อย ต้องประสบปัญหาจากการก่อสร้างคอนโดขนาดใหญ่ในซอยแคบๆ เคยสงสัยไหมว่าทำไมจึงสร้างกันได้ ทั้งๆ ที่เห็นอยู่ว่าพื้นที่มันรองรับจำนวนคนจำนวนรถขนาดนั้นไม่ไหว? กฎหมายไม่ดูแลคนบ้านเดี่ยวที่อาศัยอยู่มาชั่วนานตาปีกันบ้างเลยเชียวหรือ? มาทำความรู้จักกฎหมายและวิธีบิดเบือนเลี่ยงบาลีของคอนโดหลายๆ โครงการกันดีกว่า สมมุตินะคะ..สมมุติ สมมุติว่ามีซอยตันถนนแค่สองเลนพอรถแล่นสวนกันอยู่ในย่านกลางเมืองใกล้ศูนย์การค้าใหญ่อยู่สองซอยขนานกัน ขอเรียกว่าซอย 1 และซอย 2 ทั้งสองซอยมีคอนโดสร้างเสร็จแล้วและกำลังสร้างอยู่หลายหลัง ทั้งขนาดใหญ่ 30 ชั้นหน้าปากซอยติดถนนใหญ่ และขนาดกลาง 20 ชั้นอยู่กลางซอย สร้างปัญหาการจราจรคับคั่งในซอยอยู่แล้ว ขนาดที่ชั่วโมงเร่งด่วนรถจะติดกันในซอยยาวเกือบครึ่งซอย นานนับ 20-30 นาที แล้วก็มีโครงการคอนโดขนาดใหญ่จะมาขึ้นอีกหลังหนึ่งกลางซอย โครงการนี้กวาดซื้อที่ดินระหว่างซอย 1 และซอย 2 ไปกว่าสองไร่ ตัดต้นไม้ใหญ่อายุร่วม 40-50 ปีที่ขึ้นคลุมเต็มพื้นที่ออกไปหมดทุกต้นก่อนโอนที่ดิน เวลาจะทำ EIA หรือรายงานผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม ก็ไม่จำเป็นต้องเทียบกับสภาพแวดล้อมที่มีต้นไม้ใหญ่ เพราะที่ที่เขาได้มามันเป็นที่โล่งเปล่า แค่นี้ก็ไม่ต้องบรรเทาผลกระทบจากการตัดต้นไม้แล้ว คอนโดใหม่นี้มีแผนจะสร้างถึง 30 ชั้น สูงราว 120 เมตร มีจำนวนห้องกว่า 250 ห้องและที่จอดรถเกือบ 200 คัน แม้ไม่ได้ขับออกมาพร้อมกัน สามัญสำนึกของชาวกรุงกลางเมืองย่านห้างใหญ่ก็จินตนาการได้ไม่ยากว่ารถในซอยจะติดแค่ไหน คนท้ายซอยคงไม่ต้องออกจากบ้าน […]

Read More

What We Do

นักสืบสิ่งแวดล้อม

มูลนิธิโลกสีเขียวได้เริ่มคิดอ่านทำกระบวนการ “นักสืบสิ่งแวดล้อม” มากว่า 20 ปีแล้ว ด้วยความตั้งใจจะให้คนธรรมดาทั่วไปสามารถ “อ่านธรรมชาติ” เองได้ โดยไม่ต้อง พึ่งพา ความรู้วิทยาศาสตร์ที่ซับซ้อนหรืออุปกรณ์ราคาแพง แต่อาศัยการสำรวจสิ่ง มีชีวิตที่อย ด้วยกันเป็นสังคมในสภาพธรรมชาตินั้นๆ เพื่อที่ทุกคนจะได้รู้จักดูแลและ เฝ้าระวังสิ่งแวดลัอมและธรรมชาติในละแวกบ้าน ชุมชน หรือท้องถิ่นด้วยตัวเองจริงๆ

Read More

จักรยานกลางเมือง

มูลนิธิฯ พัฒนาโครงการเพื่อส่งเสริมการใช้จักรยานเป็นพาหนะสัญจรกลางเมือง เพราะจักรยานเป็นมากกว่าพาหนะเดินทาง มันเป็นทางออกง่ายๆ ของปัญหาใหญ่ซับซ้อนเรื้อรังในเมืองหลายประการ ตั้งแต่คุณภาพอากาศและสุขภาพของคนเมือง การจราจรติดขัด ความปลอดภัยบนท้องถนน ความเหลื่อมล้ำในการแบ่งปันพื้นที่สาธารณะในสังคม ปัญหาโลกร้อน ปัญหาเศรษฐกิจ ฯลฯ จักรยานจึงเป็นสัญลักษณ์ของการพัฒนาอย่างยั่งยืน

Read More

พลเมืองเปลี่ยนกรุง

มูลนิธิฯ พัฒนาโครงการ “พลเมืองเปลี่ยนกรุง” โดยมุ่งสนับสนุนคนกรุงเทพให้สร้างกระบวนการเรียนรู้ใหม่ๆ ของตนเอง ผ่านประสบการณ์ตรง ผ่านปฏิบัติการจริง และจากการมีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้อื่น เพื่อให้เอื้อต่อการมีวิถีชีวิตสุขภาวะที่ดี โดยเน้นพัฒนาความสัมพันธ์กับธรรมชาติรอบตัวขึ้นมาใหม่ เชื้อชวนให้เข้ามามีส่วนร่วมกับกระบวนการเรียนรู้เชิงปฏิบัติการเพื่อเปลี่ยนแปลงเมือง และส่งเสริมการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ด้วยศักยภาพของตนเอง

Read More

WILD WATCH

กิจกรรมตรวจสุขภาพกรุงเทพฯ จากความหลากหลายของชีวิตป่ากลางกรุง เปิดโอกาสให้คนเมืองได้เข้าไปสัมผัส และร่วมสำรวจ ศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพของพืช สัตว์ และสิ่งมีชีวิตที่หลากหลายในสวนกลางเมือง โดยคาดหวังว่าจะเป็นการปลุกกระแสให้คนเมืองหันกลับมาสนใจและให้คุณค่ากับความหลากหลายทางชีวภาพในเมือง ซึ่งจะนำไปสู่หลักคิดในการพัฒนาเมืองควบคู่ไปกับการดูแลเฝ้าระวังเรื่องของสิ่งแวดล้อมที่มีผลต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิต

Read More

Upcoming Events

See All

Featured products

See All