Green Issues

Search Result for :

คุยข่าวสีเขียว
read

คนรุ่นใหม่จะเปลี่ยนโลก

ในช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมามีสัญญาณบวกที่บ่งบอกว่าโลกในกำมือของเด็กรุ่นใหม่จะใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้นและใช้ทรัพยากรลดน้อยลง ด้วยเหตุผลที่หลากหลาย บ้างอยากฟื้นฟูและปกป้องโลกเพื่อคนรุ่นตัวเองและรุ่นลูกรุ่นหลานที่ยังต้องมีชีวิตต่อไปอีกยาวนาน บ้างอยากหวนคืนสู่ความทรงจำวัยเด็ก บ้างเพื่อสร้างการรับรู้และยอมรับในโซเชียลมีเดีย ภาพจาก: https://mgronline.com/ เหตุการณ์แรกคือข่าวการฟื้นคืนชีพของอาชีพคนส่งนมในอังกฤษ บริษัทส่งนมในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษเปิดเผยว่าหนุ่มสาวเจนวายและมิลเลเนียลอายุประมาณ 20-40 ปี (เกิดปีค.ศ. 1980-2000) หันมาสั่งนมจากขวดแก้วมากขึ้นเพราะต้องการลดการใช้พลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้ง โดยเมื่อปีที่แล้วยอดสั่งนมจากขวดแก้วเติบโตขึ้นถึง 25 % จากปริมาณการสั่งนมทั้งหมด 5 แสนลิตรต่อวัน ซึ่งบริษัทส่งนมบอกว่าเหมือนเป็นเรื่องเหนือธรรมชาติเลยทีเดียว นอกเหนือจากเหตุผลเรื่องสิ่งแวดล้อม คนกลุ่มนี้หันกลับมาสั่งนมจากขวดแก้วแม้ต้องจ่ายแพงกว่าเพราะการโหยหาอดีต  พวกเขาเติบโตมาในยุคที่เด็กส่งนมยังมีบทบาทสำคัญก่อนที่นมบรรจุในขวดพลาสติที่วางขายในซูเปอร์มาเก็ตจะเข้ามาแทนที่ ที่สำคัญการใช้บริการสั่งนมจากขวดแก้วยังเป็นกิจกรรมเก๋ไก๋ที่คนเจนวายมาสามารถโฟสต์บอกเพื่อน ๆ ในโซเชียลมีเดียได้อีกด้วย ซึ่งไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ล้วนดีต่อสิ่งแวดล้อมทั้งสิ้น ภาพจาก: https://www.countrylife.co.uk/food-drink อีกเหตุการณ์หนึ่งที่ที่เพิ่งเกิดขึ้นในบ้านเราคือกรณีที่ประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตรายเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2562 มีมติยกเลิกการใช้สารเคมีเกษตร 3 ชนิด คือพาราควอต ครอร์ไฟริฟอส และไกลโฟเซต และยกระดับจากวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 เป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 ซึ่งมีความเป็นอันตรายหรือความเสี่ยงสูงทั้งคุณสมบัติของตัวสารหรือลักษณะการใช้ กฎหมายจึงห้ามไม่ให้ผู้ใดผลิต นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ครอบครอง มีผลบังคับใช้วันที่ 1 ธันวาคมนี้ ถือเป็นเรื่องเกินความคาดหมายและเป็นการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้านการเกษตรที่สวยงาม  แม้ว่าจะต้องไปต่อสู่กันต่อในเชิงกฎหมายและการเมืองระหว่างประเทศ เนื่องจากในวันเดียวกันที่คณะกรรมการฯ มีมติ […]

Read More
นิเวศในเมือง
read

กลัวฝังใจ แต่ต้องเข้าใจ

เมื่อตอนเด็กๆ ผู้เขียนคิดว่าตุ๊กแกเป็นสัตว์ที่ทั้งน่ากลัวและน่าเกลียด ความน่ากลัวบ่มเพาะมาจากตอนเด็กๆ ที่เชื่อว่าถ้าไม่นอนตอนกลางวันแล้วตุ๊กแกจะออกมากินตับ ซึ่งถ้าจริงอย่างที่ขู่ ก็น่าจะโดนกินตับตั้งแต่ตอนนอนนิ่งๆ นั่นมากกว่า บวกกับความหลอกหลอนของละครไทยที่เกี่ยวข้องกับผีๆ เรื่องไหนเรื่องนั้น ถ้ามีฉากตุ๊กแกเกาะกำแพงหรือส่งเสียง เป็นอันรู้กันว่าเดี๋ยวผีจะมา ส่วนความน่าเกลียดของตุ๊กแก ก็น่าจะมาจากกการที่ไม่กล้ามองมันอย่างจริงจังเพราะความกลัว เลยยิ่งมโนไปได้อีกว่ามันน่าเกลียดมากกว่าตัวจริง สีฟ้าเรื่อๆ ผสมลายจุดน้ำตาล ถ้าเอาไปพิมพ์ลงบนผ้า คงเป็นลายสวยไม่น้อยเลยทีเดียว ความกลัวมาทุเลาลงก็เมื่อตอนโตมาแล้ว มาคิดได้ว่าเราตัวใหญ่กว่าตุ๊กแกตั้งเยอะ คงไม่มีทางจะปล่อยให้มากินตับกันได้ง่ายๆ และความเกลียดก็ทุเลาลงเมื่อมาเห็นว่าเกิดอะไรขึ้นกับตุ๊กแกเมื่อครั้งไปเที่ยวเวียดนามยี่สิบที่แล้ว เพราะไปเห็นว่า ที่เกาะแคตบาในอ่าวฮาลอง เขาเอาตุ๊กแกมาตากแห้งมัดขายเป็นกองๆ พอมันแห้งๆ แล้วก็ดูไม่ต่างอะไรกับกองม้าน้ำตากแห้งข้างๆ กัน ซึ่งพอเห็นปุ๊บก็เลือดขึ้นหน้าปั๊บ มาฉุกใจคิดว่าทำไมจึงรู้สึกเสียใจและเป็นเดือดเป็นแค้นที่เห็นเขาจับม้าน้ำมาทำยาบำรุงกำลังได้ขนาดนั้น แล้วตุ๊กแกล่ะ ชะตากรรมก็ช่างไม่ต่างกันเลย จากนั้นมา ก็เลยเลิกเกลียดหรือกลัว ตอนนี้อยู่เมืองไทย มีบ้านกลางป่ากลางดงที่มีตุ๊กแกเป็นสัตว์ประจำบ้านชนิดหนึ่ง ไม่ต่างอะไรไปกับที่มีแมวและอึ่งอ่าง เพียงแต่สามชนิดนี้ไม่ปรองดองกันมากนัก ดูไปแล้วก็คล้ายๆ กับการ์ตูนทอมแอนด์เจอรรี่และเจ้าหมาบุช เพียงแต่สลับบทบาทนิดหน่อย ตุ๊กแกตัวใหญ่ จึงต้องกินอาหารชิ้นใหญ่ๆ เช่น แมงมันที่กรูกันออกมาตอนต้นฤดูฝนของเดือนพฤษภาคม เพราะน้ำฝนไหลลงไปท่วมรังในดิน ทำให้ลูกแมงมันบินออกมาเล่นกับแสงไฟและกลายเป็นอาหารให้แก่ตุ๊กแกหลายสิบตัว ที่รอจังหวะดักกินอาหารโอชะนี้ปีละหน จัดว่าเป็นบุฟเฟต์ธรรมชาติที่เอิกเกริกมาก ส่วนฤดูกาลอื่นๆ อาหารของตุ๊กแกก็มีทั้งแมลงอื่นๆตามแต่จะหาได้ จิ้งจก รวมทั้งกบและอึ่งอ่างที่หลงเข้ามาใกล้ๆ รัศมี อึ่งอ่างที่มาขออาศัยอยู่ในบ้าน […]

Read More
นิเวศในเมือง
read

Bangkok Wild Watch 2019 @ Rot Fai Park

ถึงเวลาตรวจสุขภาพเมืองประจำปีในงาน “Bangkok Wild Watch 2019 @ Rot Fai Park” สำรวจชีวิตป่าเมืองกรุง ตรวจสุขภาพกรุงเทพฯ กับมูลนิธิโลกสีเขียว ร่วมสำรวจสิ่งมีชีวิตที่หลากหลายในสวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) ครั้งนี้แบ่งกลุ่มสำรวจสิ่งมีชีวิตดังนี้ กลุ่มสำรวจนกเเละพรรณไม้ กลุ่มสำรวจสัตว์หมวด ก. (กิ้งก่า, กระรอก, กบ) กลุ่มสำรวจผีเสื้อ เเมง เเมลงอื่นๆ กลุ่มสำรวจไลเคน กลุ่มสำรวจสัตว์น้ำเเละแพลงก์ตอน เเละกลุ่มสำรวจเหี้ย สัตว์เลื้อยคลานเเละสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก เเละกลุ่มสำรวจสัตว์หน้าดิน (ไส้เดือน, กิ้งกือ, หอย)  “เราอยู่ได้ เมื่อสิ่งมีชีวิตอื่นอยู่ได้” เป็นเหตุผลที่เราสำรวจความหลากหลายทางชีวภาพกันครั้งนี้ เพราะสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสิ่งมีชีวิตหลายเผ่าพันธุ์ ย่อมหมายถึงมีระบบนิเวศที่สมบูรณ์ มีห่วงโซ่อาหาร มีความสมดุลที่เกิดขึ้นในสิ่งเเวดล้อม ในวันเสาร์ที่ 14 ธันวาคม 2562 เวลา 07.00 น. – 12.00 น.  ณ สวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) เขตจตุจักร *** จุดลงทะเบียน : รอเเจ้งให้ทราบอีกครั้ง ขอเชิญผู้สนใจทั้งมือใหม่มือเก่า […]

Read More
กินดีอยู่ดี
read

อยู่กับไมเกรน โดยไม่ต้องกินยาอันตราย

ช่วงวันที่ 7-8 สิงหาคม 2562 ปรากฏมีข่าวที่เป็นอุทาหรณ์แก่คนทั่วไป ถึงอันตรายในการใช้ยาเกินจำเป็น เนื้อข่าวมีประมาณว่า สตรีนางหนึ่งมีอาการปวดหัว (ซึ่งเดาเองว่าเป็นไมเกรน) แล้วไม่ไปหาหมอแต่เลือกซื้อยากินเองนานเป็นปี ระหว่างนั้นก็บ่นปวดหัวและปวดตามร่างกายเป็นระยะ ๆ พร้อมเป็นผื่นในลักษณะของการแพ้ สุดท้ายทนไม่ไหวจำต้องไปหาหมอเมื่ออาการทรุดหนัก ซึ่งหมอก็พยายามยื้อชีวิตได้นานถึง 12 ชั่วโมง แล้วเธอก็เสียชีวิตด้วยอาการหัวใจวายโดยหมอระบุว่า เธออาจได้รับยาแก้ปวดในปริมาณสูงมากจนหัวใจรับไม่ไหว ประเด็นที่น่าสนใจในข่าวนี้คือ หนึ่งอาการปวดหัวของเธอเป็นไมเกรนหรือไม่ เพราะการปวดหัวนั้นมีหลายลักษณะ (ผู้สนใจสามารถหาข้อมูลจากเว็บด้านการแพทย์ได้ไม่ยากนัก) และสองอาการที่เธอแพ้เกิดผื่นนั้นเป็นลักษณะผลข้างเคียงของยาที่ผู้ป่วยไมเกรนมักกินเพื่อแก้อาการปวดคือ NSAIDs (Non-steroidal anti-inflammatory drugs) หรือไม่ สิ่งหนึ่งที่ผู้เขียนได้สังเกตเห็นจากคำสัมภาษณ์ของญาติผู้เสียชีวิตคือ ผู้เสียชีวิตนั้นเมื่อไม่ไปพบแพทย์เมื่อปวดหัวแล้ว ก็ได้ทำในสิ่งที่คนไทยทั่วไปทำกันคือ ซื้อยากินเองจากร้านขายยาซึ่งผู้เขียนเข้าใจเอาเองว่า เป็นร้านที่มีเภสัชกรมาช่วยคุมร้านตามช่วงเวลาที่ตกลงกัน คงไม่ใช่ร้านที่มีเภสัชกรเป็นเจ้าของ เนื่องจากชนิดของยาแก้ปวดที่หนังสือพิมพ์ออนไลน์บางฉบับนำภาพยา (ที่ญาติผู้ตายวางให้ดูบนเสื่อพลาสติก) มาเสนอประกอบข่าวนั้นปรากฏว่า มีความซ้ำซ้อนในชนิดของยากลุ่มเดียวกันที่เป็น NSAIDs ซึ่งยาเหล่านั้นต่างมีผลข้างเคียงคล้าย ๆ กัน ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ ทำให้หัวใจวาย (ข่าวกล่าวว่า หมอที่ดูแลผู้ป่วยรายนี้ได้สันนิษฐานไว้ เพียงแต่ญาติผู้ป่วยใช้สิทธิในการปฏิเสธการผ่าศพพิสูจน์) ดังนั้นการกินยากลุ่มเดียวกันมากกว่าหนึ่งชนิดในครั้งเดียวกันจึงเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคที่เภสัชกรควรถามคนไข้ทุกครั้ง (นอกจากเรื่องการแพ้ยา) ว่า กินยาอะไรอยู่หรือไม่ ภาพจาก: http://www.phyathai-sriracha.com สำหรับผู้เขียนซึ่ง (น่าจะเรียกได้ว่า) […]

Read More
นิเวศในเมือง
read

ป่าของคนเมือง

การใช้ชีวิตอยู่ที่มาเลเซียในช่วงสิบสามปีที่ผ่านมา มีเรื่องหนึ่งที่ผู้เขียนรู้สึกว่าคงจะคิดถึงมากที่สุดเมื่อย้ายกลับเมืองไทย คือการที่มีพื้นที่ป่าของคนเมืองให้ได้ใช้เป็นที่ออกกำลังกาย เข้าถึงธรรมชาติได้อย่างไม่ยากเย็น ทั้งคนที่พักอาศัยอยู่ในเมืองอย่างกัวลาลัมเปอร์และรัฐสลังงอร์ และคนที่อยู่ในรัฐต่างๆ ในรัศมี 50 กิโลเมตรของกรุงกัวลาลัมเปอร์และรัฐสลังงอร์ มีผืนป่าและภูเขาลูกย่อมๆ สำหรับให้คนไปเดินออกกำลังกายหรือปีนเขาไม่ต่ำกว่าสิบแห่ง โดยเป็นพื้นที่ป่าแห่งชาติ อุทยานแห่งชาติ สวนสาธารณะ สวนป่า ซึ่งได้เปลี่ยนสถานภาพจากการใช้ประโยชน์มาเป็น “ป่าของคนเมือง” ไปโดยปริยาย เพราะไม่ว่าจะอยู่มุมไหนของเมือง ก็สามารถเดินทางไปยังผืนป่าเหล่านี้ได้ภายใน 1 ชั่วโมง ในวันหยุดหรือวันที่ไม่ต้องเข้าออฟฟิศ ผู้เขียนเองก็ชอบที่จะไปเดินออกกำลังกายในป่าเหล่านี้ เปลี่ยนบรรยากาศจากลู่วิ่งมาเป็นเส้นทางลาดชันของเนินเขา เรียกเหงื่อได้ดี แถมมีเสียงนกให้ได้ยินเป็นระยะๆ แม้ว่าจะมีหลายคนรู้สึกตะขิดตะขวงใจว่า ทำไมเอาผืนป่ามาให้คนเดินออกกำลังกายกันอย่างพลุกพล่าน กิจกรรมต่างๆ อาจจะทำให้สัตว์ป่ากลัวหรือหายไป ความจริงแล้ว ป่าคนเมืองเหล่านี้มีลักษณะเป็นเหมือนเกาะกลางทะเลที่ถูกตัดขาดจากป่าผืนอื่นๆ ด้วยถนนหลายสายและบ้านเรือนหลายแห่ง สัตว์ใหญ่ๆ ที่เคยอยู่ในป่า ก็คงล้มหายตายจากไปด้วยเหตุผลนานัปการในช่วงระยะเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมา ที่เหลืออยู่ก็มีแต่ลิง กระรอก กระแต งู แมลง สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ และสัตว์เลื้อยคลานตัวเล็กตัวน้อยที่ตกค้างอยู่ในพื้นที่ ส่วนนกที่สามารถบินไปไหนมาไหนได้ ก็คงไม่เดือดร้อนเท่าไหร่ ตราบใดที่ยังมีต้นไม้ให้ทำรัง และอาหารให้กิน ที่น่าสนใจกว่าการเก็บป่าไว้เฉยๆ คือการทำให้คนเข้าถึงป่าและธรรมชาติได้ ลำพังการสอนตามหน้าหนังสือหรือหน้าจอเครื่องมือสื่อสารที่บอกให้รักธรรมชาติและป่าไม้อยู่ปาวๆ นั้น คงจะเป็นเรื่องยากหากว่าคนเหล่านั้นไม่เคยได้เดินในป่า หรือเคยได้รับประโยชน์โดยตรงจากป่า ไม่เหมือนกับคนที่มาออกกำลังกาย […]

Read More
กินดีอยู่ดี
read

กลูตาไธโอนดีต่อสาวผิวคล้ำ…จริงหรือ

เซลล์ในหลายอวัยวะของมนุษย์สร้างกลูตาไธโอนซึ่งเป็นไตรเป็บไตด์ (tripeptide) ซึ่งมีกรดอะมิโนสามชนิดคือ ซิสเทอีน (cysteine) กลูตาเมต (glutamate) และ กลัยซีน (glycine) เป็นองค์ประกอบขึ้นได้เอง ดังนั้นในทางโภชนาการจึงไม่ถือว่า กลูตาไธโอนเป็นสารอาหารจำเป็นสำหรับมนุษย์ เราสามารถพบกลูตาไธโอนได้ในผลไม้ (เช่น แตงโม จนครั้งหนึ่งคิดกันว่า การกินแตงโมหลาย ๆ ผลแล้วจะขาวขึ้น) ผักที่มีกลิ่นแรงหลายชนิด และเนื้อสัตว์ เหตุผลว่าทำไมกลูตาไธโอนถึงมีทั้งในพืชและสัตว์นั้น เพราะโดยธรรมชาติแล้วกลูตาไธโอนถูกใช้ในกระบวนการยับยั้งการก่อพิษ หรือใช้ในการขับสารพิษออกจากสิ่งมีชีวิต และถ้าคิดว่านี่คือ การล้างพิษ ก็คงเชื่อได้ว่า นี่คือตัวจริงเสียงจริง ความรู้ประเด็นหนึ่งที่ผู้เขียนยังไม่เคยพบว่า มีการอภิปรายทั้งในบทความของไทยและเทศคือ ในการตอบคำถามว่า กลูตาไธโอนนั้นถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายหรือไม่นั้นคือ การศึกษาทาง pharmacokinetics หรือที่คนไทยบัญญัติคำ ๆ นี้ว่า เภสัชจลนศาสตร์ (ซึ่งคงต้องอธิบายความง่าย ๆ ว่า มันคือ การเปลี่ยนแปลงความเข้มข้นของยาในเลือดเมื่อเวลาผ่านไป ผลที่ได้นั้นทำให้สามารถคำนวณอัตราการดูดซึม (absorption rate) ขับออก (elimination rate) และค่าครึ่งชีวิต (half life) ของยา) เมื่อผู้เขียนเข้าใช้บริการของ […]

Read More
นิเวศในเมือง
read

ผังใหม่เมืองกรุง รู้จักกันยัง?

มีเรื่องใกล้ตัวที่เราคนกรุงต้องรู้กัน ขณะนี้ร่างผังเมืองรวมกรุงเทพฉบับใหม่กำลังอยู่ในมือคณะกรรมการพิจารณาร่างผังเมือง หลังจากผ่านกระบวนการ “ประชาพิจารณ์” ตามพิธีกรรมแล้ว แต่ประชาชนคนเมืองรับรู้กันน้อยมาก ดิฉันและสมาชิกเครือข่ายชุมชนคนกรุงหลายชุมชนที่เข้ามารวมตัวกันจากปัญหาเป็นผู้รับผลกระทบการก่อสร้างอาคารคอนโดผิดกฎหมาย ได้พยายามติดตามและศึกษาผังเมืองฉบับใหม่นี้ แม้ยังไม่ทะลุปรุโปร่งแต่มีข้อสังเกตบางประการที่อยากจะแบ่งปันเพื่อชวนสังคมอภิปราย หลักคิดใหญ่ของผังเมืองรวมคือเพื่อแก้ปัญหาเมืองขยายสะเปะสะปะแนวราบ (urban sprawl) โดยส่งเสริมให้พัฒนาเป็น “เมืองกระชับ” (compact city) อย่างฮ่องกง หนึ่งในปัญหาก็คือวิธีการที่ผู้ร่างผังเมืองตั้งใจนำพาไปสู่จุดหมายนั้น แนวทางหลักที่หยิบมาใช้คือการสร้างกติกาให้กลุ่มทุนพัฒนาอหังสาริมทรัพย์สามารถสร้างอาคารได้ใหญ่ขึ้นสูงขึ้น พร้อมๆ กับสร้างแรงกดดันให้ผู้อยู่อาศัยเดิมในบ้านเดี่ยวต้องขายที่อพยพไปที่อื่น มีการให้โบนัสพิเศษแก่ทุนพัฒนา สามารถสร้างได้ใหญ่ขึ้นกว่ากำหนดเดิมถ้าหากเจียดพื้นที่เล็กน้อยให้สาธารณะร่วมใช้ประโยชน์ ส่วนพวกบ้านเดี่ยวที่อยู่อาศัยเดิมมาหลายชั่วโคตรก็ถูกจัดสรรระบายสีให้เป็นโซนสีต่างๆ อย่างบ้านดิฉันในซอยสุขุมวิท 28 ที่ครอบครัวอยู่กันมาตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เคยอยู่ในโซนสีน้ำตาล (เขตที่อยู่อาศัยหนาแน่น) ก็โดนเปลี่ยนโดยไม่บอกกล่าวเป็นสีแดง (เขตพาณิชยการ) สามารถสร้างห้างสรรพสินค้า โรงแรม ฯลฯ ได้ ทั้งๆ ที่ซอยบ้านเราเป็นซอยตันเล็กๆ ปลูกต้นไม้ครึ้ม อยู่ในโซนบ้านเรือนอาศัยชัดเจน ไม่พลุกพล่านคึกคักเหมือนทองหล่อ ซึ่งกลับกลายว่ายังเป็นโซนสีน้ำตาลอยู่ สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือราคาที่ดินประเมินในซอยเราที่ถูกระบายสีใหม่เอื้อการลงทุนอย่างหลากหลายเต็มพิกัดจะพุ่งพรวดๆ ถ้าเราไม่ยอมขายเราก็จะต้องจ่ายภาษีที่ดินในระบบภาษีที่ดินใหม่แพงขึ้นเป็นหลายเท่า จากที่ดินสุขุมวิทซอยตันตารางวาละ 200,000 อาจขึ้นเป็น 500,000 อย่างซอยศาลาแดง หรือ 900,000 อย่างราชดำริ ที่สุดแล้วเราก็จะต้องทิ้งที่ดินบรรพบุรุษขึ้นไปอยู่คอนโดตามแผนเขา หรือหอบหมาซึ่งอยู่คอนโดไม่ได้ไปหาบ้านอยู่นอกเมือง ห่างไกลจากหมู่ญาติและเพื่อนฝูง […]

Read More
กินดีอยู่ดี
read

สินค้าชะลอความแก่…มีไหม

ความแก่นั้นไม่เข้าใครออกใคร เพียงแต่อัตราแก่มันเร็วไม่เท่ากัน แบบว่าตัวใครตัวมัน เพราะปรากฏการณ์นี้ขึ้นกับปัจจัยสิ่งแวดล้อมและปัจจัยภายในร่างกายของแต่ละคนเอง ท่านผู้อ่านคงเคยพบคนที่อายุไม่ถึงหกสิบปีแต่มีผมขาวทั้งหัว ซึ่งเป็นผลเนื่องมาจากพันธุกรรมภายในร่างกายโดยแท้ที่ระบบสร้างเม็ดสีในเส้นผมหยุดการทำงานก่อนคนอื่น ทั้งที่จริง ๆ แล้วยังทำอะไร ๆ ได้เหมือนหนุ่มสาว ส่วนปัจจัยภายนอกที่ทำให้แก่ได้ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของการครองชีวิต เช่น การทำงานนั้นต้องสัมผัสแสงแดดที่แรงกล้าซึ่งมีแสงอัลตราไวโอเล็ทหรือ UV ชนิดที่เป็นอันตรายต่อผิวคือ UVC และอีกประการซึ่งสำคัญมากคือ อาหารและโภชนาการ ทั้งนี้เพราะจากความรู้ทางวิทยาศาสตร์ชีวภาพนั้นกล่าวว่า เทโลเมียร์ ของโครโมโซมนั้นไวต่อการถูกทำร้ายโดยอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นภายในร่างกาย ดังนั้นคนที่กินอาหารมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ก็ควรแก่ช้าเพราะเทโลเมียร์ได้รับการปกป้อง ผู้เขียนขอยกตัวอย่างสินค้าหนึ่งที่มีการขายกันใน อินเตอร์เน็ทคือ เอ็นซัม SOD (superoxide dismutase) ซึ่งอ้างหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ยืนยันว่าช่วยชะลอความแก่ได้ในการโฆษณา แต่ความจริงนั้นใครจะตอบได้ว่าสินค้านั้นได้ผลจริงหรือไม่ ชื่อ SOD นั้นคนที่อยู่ในแวดวงพิษวิทยา ชีวเคมี และสาขาวิชาอื่น ๆ ที่ศึกษาระดับโมเลกุลนั้นมักรู้จักดี เพราะ SOD เป็นปัจจัยหนึ่งที่ปกป้องให้เซลล์ของร่างกายอยู่รอดจากอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นในเซลล์ ดังนั้นพอมีการนำมาใส่ขวดขายผู้บริโภคจึงควรหาความรู้ก่อนว่า เอ็นซัมนี้เมื่อถูกสกัดมาใส่ขวดแล้วยังมีฤทธิ์ทำงานได้เหมือนเดิมหรือไม่ ส่วนประเด็นที่สองที่สำคัญมากคือ เอ็นซัมนี้สามารถหลุดผ่านระบบการย่อยโปรตีนในกระเพาะและลำไส้เล็กไปออกฤทธิ์ในร่างกายผู้บริโภคได้หรือไม่ เพราะเอ็นซัมนั้นมีธรรมชาติเป็นโปรตีนกลุ่มหนึ่งซึ่งควรถูกย่อยเพื่อนำกรดอะมิโนไปใช้งานทั่วไปในร่างกาย กล่าวกันว่า SOD ระดับอุตสาหกรรมนั้นสามารถสกัดได้จากแพลงตอนในกลุ่มไฟโตแพลงตอน (phytoplankton) ตับวัว หัวฮอร์สแรดิช (Horseradish) ผลแคนตาลูป และแบคทีเรียบางชนิด […]

Read More
นิเวศในเมือง
read

สัพเพ สัตตา

ปีนี้เป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงชีวิตของผู้เขียน ที่ได้ย้ายกลับเข้ามาอยู่เมืองไทยหลังจากไปอยู่มาเลเซียมา 13 ปี แม้ว่าจะกลับเข้ามาปักหลักทางภาคใต้ ทำงานในเขตจังหวัดสุราษฏร์ธานี ในขณะที่บ้านกับโรงเรียนของลูกๆ อยู่จังหวัดกระบี่ ซึ่งทั้งสองจังหวัดนี้ มีความเหมือนกันอยู่คือเป็นสถานที่ที่มีภูเขาหินปูนเป็นภูมิทัศน์ที่โดดเด่น แห่งหนึ่งมีน้ำในเขื่อนเป็นฉากหน้า  อีกแห่งมีน้ำทะเลหนุนความสวยงามอยู่ด้านหลัง ความที่ชอบดูความตระหง่านของเขาหินปูนอยู่แล้ว การขับรถไปมาระหว่างที่ทำงานและบ้านสัปดาห์ละครั้งจึงถูกจริตพอสมควร ระยะทางสองในสามของเส้นทางที่ต้องขับรถผ่าน ถือว่าเป็นเส้นทางสายเปลี่ยว(คน) เพราะโค้งเยอะ รถใหญ่จึงน้อย สองฝั่งถนนมีบ้านเรือนกระจายกันอยู่ประปราย ที่เหลือคือสวนผลไม้ สวนยาง สวนปาล์ม และพื้นที่ป่าที่เป็นอาณาเขตของเขาพนมและเขาสก ใครที่ชอบขับรถทางไกล หรือขี่มอเตอร์ไซค์แบบบิ๊กไบค์ คงจะถูกใจเส้นทางแบบนี้ ในความสวยงามที่เล่ามานั้น มีความน่าตื่นเต้นแฝงอยู่ด้วยตอนที่พบว่า ถนนเหล่านั้น เราต้องใช้ร่วมกับสัตว์อื่นๆ ด้วย ซึ่งก็มีตั้งแต่สัตว์เลี้ยงอย่างหมา แมว และแพะ ที่มักจะครองถนนแบบไม่เกรงใจใคร ผู้ขับขี่ต้องขับช้าๆ และหลบทางให้เจ้าถิ่น ไปจนถึงสัตว์ไม่ได้เลี้ยงอย่างงู ที่แม้ว่าจะนั่งอยู่ในรถยนต์มีประตูกับกระจกปิดมิดชิด ก็อดตกใจไม่ได้ทุกทีเวลาที่มีงูโผล่ออกมาจากพงหญ้าในระยะกระชั้นชิด  โชคดีของผู้เขียนที่งูสองสามตัวที่เห็นนั่นหลบกลับเข้าไปในพงไปได้ทัน แต่คงเป็นโชคไม่ดีของงูหลายตัวที่คาดว่าโผล่ออกมาตอนโพล้เพล้หรือตอนกลางคืน กลายเป็นเหยื่อตายกลางถนน ซึ่งผู้เขียนได้เห็นไม่ต่ำกว่าเที่ยวละ 3-5 ตัว เมื่อครั้งที่อยู่มาเลเซีย สัตว์ที่พบตายบนท้องถนนในเมืองอันดับหนึ่งคือแมว (ไม่ใช่หมาแบบในเมืองไทย) มีเพื่อนผู้ชำนาญการเลี้ยงแมวเคยเล่าให้ฟังว่า แมวชอบเข้าไปใต้ท้องรถเพื่อไปนอนแอบไออุ่นอยู่ในห้องเครื่อง เวลาที่เจ้าของรถขับออกไปทำงานตอนเช้าๆ จึงพาแมวเหล่านี้ติดไปในห้องเครื่องด้วย จนกระทั่งเกาะเครื่องไม่ไหวหรือร้อนเกิน แมวก็จะหลุดลงมาจากห้องเครื่อง […]

Read More
นิเวศในเมือง
read

อ่านไม่ออกก็รู้ความได้

ไม่กี่วันมานี้มีคนรุ่นใหม่ขอให้ฉันอธิบายความหมายของ “การรู้ภาษาสิ่งแวดล้อม” ในมุมมองของตัวเอง หลายคนคงจำได้ว่า eco-literacy หรือ environmental literacy เคยเป็นคำยอดฮิตในวงการสิ่งแวดล้อมเมื่อ 20-25 ปีก่อน และก็เหมือนกับคำหลายๆ คำที่ใช้จนเฝือ เบื่อ และเฟดหายไป ทั้งๆ ที่การปฎิบัติจริงยังไปกันไม่ถึงไหน ถ้ากูเกิ้ลดูก็จะได้นิยามประมาณว่า คือความเข้าใจในหลักการทำงานและความเชื่อมโยงของระบบนิเวศ และการกระทำที่ส่งผลกระทบ เพื่อให้เราสามารถตัดสินใจได้เหมาะสม แต่เมื่อ 20 กว่าปีก่อนฉันจำได้ว่าฉันสนุกกับคำศัพท์ ‘literacy’ และเมื่อถูกถาม ฉันก็จะขยายความมันตามประสาคนที่เติบโตมากับเทพนิยายและนิทานผจญภัยก่อนนอน ตอนนั้นฉันเพิ่งจะเริ่มพัฒนากระบวนการสำรวจธรรมชาติภาคประชาชน เรียกว่า “นักสืบสายน้ำ” ให้เด็กๆ และคนทั่วไปสามารถตรวจสอบสถานภาพและความเป็นไปของแม่น้ำลำธารได้เอง ดังนั้น ฉันก็จะบอกว่างานที่ทำคือการฝึกให้คนอ่านสภาพแวดล้อมได้เหมือนอ่านหนังสือ การทำความรู้จักสัตว์ชนิดต่างๆ ก็เปรียบเสมือนรู้จักตัวอักษรพยัญชนะ และพอรู้จักชีวิตมัน รู้จักนิสัย รู้ว่ามันชอบอยู่บ้านแบบไหน ชอบกินอะไร มีความสามารถอย่างไร ชอบคบกับใคร ทนอะไรได้แค่ไหน ก็เปรียบเสมือนเรารู้ไวยกรณ์ ผสมคำกันแล้วก็เริ่มอ่านออก รู้ความหมาย รู้เรื่องราวที่เกิดขึ้น ณ ที่นั้น เบื้องต้นก็อาจแค่รู้ว่าน้ำสะอาดสกปรกแค่ไหน โดยตัดสินจากชนิดสัตว์น้ำที่พบ เทียบเท่ากับอ่านนิทานเต่ากับกระต่ายง่ายๆ แต่ยิ่งฝึกสังเกต คลังคำและไวยกรณ์ก็ยิ่งแตกฉาน ยิ่งอ่านได้มาก […]

Read More
คุยข่าวสีเขียว
read

“ไฟกำลังไหม้บ้านเรา”…เด็กๆร่ำไห้ เมื่อผู้ใหญ่ดูดาย

“ไฟกำลังไหม้บ้านเรา ฉันไม่อยากให้คุณรู้สึกมีความหวัง ฉันอยากให้คุณตื่นตระหนก ฉันอยากให้คุณรู้สึกถึงความกลัวที่ฉันรู้สึกทุกๆ วัน และดังนั้นฉันจึงขอให้คุณลงมือทำเสียที” เกรธา ทุนเบิร์ก (Greta Thunberg) เยาวชนวัย 16 ปีพูดในการประชุมเศรษฐกิจโลกที่เมืองดาวอสเมื่อต้นมกราคม 2562 เกรธาเป็นที่เป็นที่รู้จักของชาวโลกมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว เมื่อเธอตัดสินใจหยุดโรงเรียนทุกวันศุกร์เพื่อไปประท้วงเรื่องโลกร้อนที่หน้ารัฐสภาสวีเดนติดต่อกันหลายสัปดาห์เพื่อเรียกร้องให้พวกผู้ใหญ่หันมาแก้ปัญหาแทนการพูดคำสวยๆ และโยนความรับผิดชอบไปอยู่ในมือเด็กๆ อย่างพวกเธอ ภายใต้คำพูดดูดีว่า “เมื่อเด็กๆ โตขึ้น พวกเขาจะช่วยกู้โลก” ซึ่งเธอบอกว่า กว่าเด็กๆ อย่างพวกเธอจะเติบโตมาเป็นนักวิทยาศาสตร์หรือคนวางนโยบายแก้ปัญหาโลกร้อน โลกก็ถึงจุดที่ย้อนกลับคืนไม่ได้แล้ว (Coppyright 2019 from – https://www.theguardian.com/) “การพูดสิ่งที่ฟังดูดี แต่ไม่ได้ทำอะไร ไม่ได้ช่วยอะไรเราเลย คุณไม่สามารถนั่งรอให้ความหวังมาหา ดังนั้นคุณก็ทำเหมือนเด็กถูกตามใจที่ไร้ความรับผิดชอบ ถ้าจะบอกว่าเราเสียเวลาเรียน ก็ขอบอกว่าผู้นำทางการเมืองของเราเสียมาหลายทศวรรษที่จะยอมรับเรื่องโลกร้อนและลงมือทำอะไรสักอย่าง และเมื่อเวลากำลังจะหมดลงเรื่อยๆ เราจึงลงมือทำกิจกรรม เราเก็บกวาดขยะที่พวกคุณสร้างไว้ และเราจะไม่หยุดจนกว่าเราจะทำสำเร็จ” เธอกล่าวในงานสังคมพลเมืองเพื่อฟื้นฟูยุโรป (Civil Society for Eunaissance)  เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ที่เพิ่งผ่านมา หลังจากหยุดเรียนมาประท้วงหน้ารัฐสภาสวีเดนติดต่อกันหลายสัปดาห์ เธอลุกขึ้นมาเรียกร้องให้เยาวชนทั้วโลกหันมากดดันพวกผู้ใหญ่ที่ดูดายให้หันมาลงมือแก้ปัญหาโลกร้อน โดยเขียนจดหมายผ่านสื่อเดอะการ์เดี้ยน ส่งถึงเยาวชนทั่วโลกเรียกร้องให้พวกเขาออกมาแสดงเจตนารมณ์ปกป้องโลก ด้วยการประท้วงครั้งใหญ่พร้อมกันเพื่อแสดงให้พวกผู้ใหญ่เห็นว่าเด็กๆ […]

Read More
คุยข่าวสีเขียว
read

ฝุ่นจิ๋วกับการป้องกันที่ปลายจมูก

ฉันนั่งเขียนบทความชิ้นนี้ในวันที่สถานการณ์ฝุ่นจิ๋ว PM 2.5 ในกรุงเทพเริ่มคลี่คลาย ผู้ว่ากรุงเทพมหานครแถลงข่าวว่า “ผมเชื่อว่าธรรมชาติเข้าข้างผม” เพราะมีลมช่วยพัดพาฝุ่นจิ๋วไป ก่อนหน้านี้ไม่กี่วัน ขอนแก่นและโคราชมีปริมาณฝุ่นจิ๋วติดอันดับสูงสุดของประเทศ และถูกแทนที่โดยจังหวัดแพร่ ลำปาง และเชียงใหม่ในวันต่อๆ มา ระหว่างนั้นเพื่อนๆ ของฉันต่างประกาศหาซื้อหน้ากากกันฝุ่นจิ๋วและเครื่องฟอกอากาศกันจ้าละหวั่น บรรยากาศตื่นตระหนกมิต่างกับที่คนกรุงเทพประสบตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา เพื่อนชาวกรุงของฉันลงทุนซื้อเครื่องฟอกอากาศมูลค่ากว่าหมื่นบาทและเครื่องวัดฝุ่นจิ๋วแบบพกพาราคาประมาณสองพันบาท  ซึ่งท่ามกลางความตื่นตระหนกและตื่นตัว เงินไม่สามารถซื้อได้ทุกสิ่งเพราะสินค้าขาดตลาด ในห้วงเวลาเดียวกัน องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ สหรัฐอเมริกาหรือนาซ่าเผยแพร่แบบจำลองการเคลื่อนไหวของฝุ่นจิ๋วจากจุดกำเนิดมุมหนึ่งของโลกเคลื่อนไปยังจุดต่างๆ ทั่วโลก เป็นการตอกย้ำว่าฝุ่นจิ๋วเคลื่อนที่แบบไร้พรมแดนและเป็นปัญหาสากล ดูแล้วตื่นเต้นและน่ากลัวไปพร้อมกัน ภาพจาก: https://board.postjung.com/934650 วิกฤติฝุ่นจิ๋วที่ปกคลุมกรุงเทพมหานครและเมืองใหญ่ในปีนี้ทำให้คนไทยทั้งตระหนกและตระหนักถึงภัยอันตรายกันถ้วนหน้า และเนื่องจากเป็นปีแรกที่ประเทศไทยถูกจู่โจมจากฝุ่นจิ๋วเป็นวงกว้าง จากปกติวิกฤติฝุ่นจิ๋วครอบคลุมเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือและภาคใต้ จึงเป็นธรรมดาอยู่นั่นเองที่มาตรการรับมือส่วนใหญ่จะเป็นมาตรการเฉพาะหน้าแบบนักผจญเพลิง อะไรที่ฉวยได้ก็หยิบมาใช้ เข้าทำนองดีกว่าไม่ทำอะไรเลย ไม่ว่าจะเป็นการทำฝนเทียมหรือการฉีดน้ำ หากวงจรธรรมชาติและพฤติกรรมการใช้ชีวิตของคนไทยยังไม่เปลี่ยนแปลง ดูเหมือนปีหน้าเราจะเผชิญหน้ากับวิกฤติฝุ่นจิ๋วอีกครั้ง และหากภาครัฐไทยรู้จักใช้โอกาสในวิกฤติแทนการเชื่อโชคลางหรือรอธรรมชาติเข้าข้าง  เราควรมีมาตรการเชิงรุกที่วัดผลได้เพื่อป้องกันการก่อมลพิษฝุ่นจิ๋วที่จุดกำเนิดแทนการป้องกันที่ปลายจมูกซึ่งทำให้คนไทยเสียค่าใช้จ่ายมหาศาลในการซื้อเครื่องป้องกันที่ปลายจมูกและการรักษาความเจ็บป่วยจากฝุ่น เช่นเดียวกับที่ประเทศแห่งมลพิษอย่างจีนเคยทำให้เห็นมาแล้ว ย้อนกลับไปเมื่อ 4-5 ปีที่แล้ว ช่วงฤดูหนาวของทุกปี โดยเฉพาะเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นช่วงเทศกาลตรุษจีนที่ชาวจีนนับพันล้านคนควรมีโอกาสเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่ในที่โล่งแจ้ง เด็กเล็กและคนชราในเมืองหลวงปักกิ่งกลับต้องเก็บตัวอยู่ในบ้านเรือน เพราะปริมาณฝุ่นจิ๋วเกินมาตรฐานความปลอดภัยทางสุขภาพ ด้วยเห็นว่าเป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับสุขภาพของทุกผู้ทุกคน หากไม่มีการจัดการอาจบานปลายกลายเป็นปัญหาความมั่นคงของประเทศได้ นายกรัฐมนตรีหลี่ เคอเฉียง จึงประกาศทำสงครามกับมลพิษต่อหน้าสมาชิกพรรคสภาประชาชนแห่งชาติจำนวนสามพันคน โดยบอกว่า “หมอกควันเป็นเหมือนสัญญาณไฟแดงของธรรมชาติที่เตือนให้เห็นถึงการพัฒนาที่มืดบอดและไร้ประสิทธิภาพ” ในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. […]

Read More